ตั้งให้เราเป็นเว็บแรกที่คุณเลือก เก็บเราไว้เป็นเว็บโปรด
สมัครสมาชิก ได้มากกว่าที่คุณคิด เข้าสู่ระบบ
สั่งพิมพ์ ก่อนหน้า ถัดไป

>> หนุมาน (เนื้อผง) สองอมตะผู้ไม่มีวันตาย <<

[คัดลอกลิงก์]
หนุมาน พบ รากเหง้าแห่งหนุมาน

รูปนี้อยากนำเสนอถึงปลายทาง
ของความหยิ่งผยองที่เต็มไปด้วยอัตตา
หลงคิดว่าตนเป็นหนึ่งไม่เหมือนใครในโลก
ซึ่งแท้จริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่
เพราะทุกสิ่งย่อมมีต้นกำเนิด
หากทำความเข้าใจ เรียนรู้
ลดความหยิ่งผยอง และยอมรับว่า
ไม่มีสิ่งใดเป็นของเราจริง
เราก็จะก้าวผ่านความหลงในอัตตาไปได้
ฝันว่าวันหนึ่งจะเป็นเช่นนั้น...




ขอพระคุณที่มาของภาพ..http://insine.exteen.com/20121219/entry
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Sornpraram เมื่อ 2014-7-1 08:15

   ประวัตินางสวาหะ มารดาของหนุมาน




เป็นบุตรสาวของฤๅษีโคดมและนางกาลอัจนา ต่อมา นางสวาหะ
ได้เห็นมารดาของตนเองมีชู้กับพระอินทร์และพระอาทิตย์จนเกิดเป็นพาลีกับสุครีพ
แต่ก็ยังไม่บอกฤๅษีโคดมผู้เป็นบิดา

จนตอนหลัง ฤๅษีโคดมพานางสวาหะ พาลี สุครีพไปอาบน้ำ
โดยที่อุ้มพาลีกับสุครีพเอาไว้ ปล่อยให้นางสวาหะเดินตามต้อยๆ
ด้วยความอิจฉาจึงบอกว่า

"คนเราหนอคนเรา ทีลูกคนอื่นล่ะอุ้มเข้าเอวบ้าง
ให้เกาะไหล่บ้าง แต่ลูกตัวเองให้เดินต้อยๆ"

ฤๅษีโคดมก็สงสัยจึงได้ถามนางสวาหะจนรู้ความ ฤๅษีโคดมจึงจับลูกทั้งสามโยนลงน้ำ
สาปว่า ใครที่เป็นลูกตน เมื่อโผล่ขึ้นมาก็จะเป็นคนเหมือนเดิม แต่ถ้าไม่ใช่ก็ขอให้เป็นลิง

และเมื่อพาลีกับสุครีพโผล่ขึ้นมาก็เป็นลิง ทำให้ฤๅษีโคดมโกรธมาก ไล่วานรน้อยทั้งสองเข้าป่าไป ฤๅษีโคดมได้สาปให้นางกาลอัจนา ที่เป็นหญิงชั่วมีชู้ให้กลายเป็นก้อนหิน

เมื่อพระรามจะเอาก้อนหินถมถนนข้ามไปกรุงลงกา ก็ให้เอาก้อนหินนี่ถมลงไปด้วย
ก่อนที่ฤๅษีโคดมจะจากไป ก่อนที่คำสาปจะบังเกิดผล
นางกาลอัจนาได้สาปนางสวาหะที่เป็นลูกอกตัญญู ไม่รู้คุณแม่
เอาความลับของแม่ไปประจานจนต้องถูกสาปเช่นนี้


นางกาลอัจนาสาปว่า ..

ขอให้นางสวาหะต้องไปยืนตีนเดียวเหนี่ยวกินลมที่เชิงเขาจักรวาล จนกว่าจะมีลูกจึงจะพ้นคำสาป

แล้วนางสวาหะก็ต้องไปยืนตีนเดียวเหนี่ยวกินลมแบบนั้น

พระอิศวรทอดพระเนตรเห็น จึงได้มีรับสั่งให้ พระพาย

เทพเจ้าแห่งลมนำเทพอาวุธทั้งสามคือ ตรี คฑา จักร

ไปซัดเข้าปากนางสวาหะ เทพอาวุธทั้งสามจะรวมกันเป็นวานรเผือกที่มีฤทธิ์มาก

พระอิศวรอนุญาตให้พระพายเป็นบิดาของวานรนั้น

และจงตั้งชื่อวานรนั้นว่า หนุมาน เมื่อพระพายทำตามนั้น

นางสวาหะก็ตั้งครรภ์อยู่ 30 เดือน

ก็มีวานรเผือกพุ่งออกมาจากปากของนางสวาหะ

มีสี่หน้าแปดมือ ร่างกายใหญ่โตเท่าอายุ 16 ปี




ก่อนที่วานรนั้นจะใช้ฤทธิ์เดชทำให้มือกับหน้าที่เกินมาหายไป

และพระพายก็ตั้งชื่อให้ว่า หนุมาน ตามเทวบัญชา

6472899
รออ่านต่อก๊าบบบบ
ปฐมต้นกำเนิดหนุมาน ฉบับรามายณะ

หนุมาน เป็นลิงเผือก (กายสีขาว) มีลักษณะพิเศษคือ มีเขี้ยวอยู่กลางเพดานปาก มีกุณฑลขนเพชร สามารถแผลฤทธิ์ให้มี ๔ หน้า ๘ มือ และหาวเป็นดาวเป็นเดือนได้ ใช้ ตรีเพชร (สามง่าม) เป็นอาวุธประจำตัว (จะใช้เมื่อรบกับยักษ์ตัวสำคัญๆ) มีความเก่งกล้ามาก สามารถแปลงกาย หายตัวได้ ทั้งยังอยู่ยงคงกระพันแม้ถูกอาวุธของศัตรูทำร้ายจนตาย เมื่อมีลมพัดก็จะฟื้นขึ้นได้อีก

หนุมาน เป็นเทพลิงที่มีความสามารถในการเรียนรู้ ว่องไว ถือกำเนิดจากนางอัญจนา ราชินีลิง หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่กำเนิดโดยเทพเจ้า เป็นผู้ช่วย พระวิษณุ เมื่อครั้งอวตารเป็น พระราม สามารถเหาะได้ เนื่องจากพระบิดาคือ พระวายุ เทพแห่งลม กำเนิดของหนุมานสลับซับซ้อน กล่าวกันว่าพระบิดาของพระราม ได้จัดพิธีเพื่อของโอรส โดยให้มเหสีทั้งสามเสวยขนมองค์ละ ๑ ชิ้น นางไกษเกษี ซึ่งอ่อนชันษาที่สุด ได้รับขนมเป็นองค์สุดท้าย พระนางไม่ชอบขนมนี้ และเมินพระพักตร์นกเหยี่ยวเล็กจึงบินมาคว้าไป มันบินไปในป่า

และพบ นางอัญจนา ซึ่งถูกสาปให้เป็นลิง กำลังสวดวิงวินขอบุตรอยู่ ดังนั้นนกเหยี่ยวจึงปล่อยขนม พระวายุก็พัดพาขนมไปตกที่มือของนาง จากนั้น พระศิวะ จึงปรากฎร่างต่อหน้านางและให้นางกินขนม เมื่อนางกิน จึงตั้งครรภ์หนุมานขึ้น ทันทีที่หนุมานเกิดก็มีอาการหิวทันที มารดาจึงไม่พอใจหนุมานนัก ครั้นเมื่อหนุมานเห็นดวงอาทิตย์คิดว่าเป็นผลไม้ จึงกระโดดตามไป ดวงอาทิตย์เคลื่อนหนี หนุมาน ก็ไล่ตามไปไกลจนถึงสวรรค์ของ พระอินทร์ พระอินทร์ทรงใช้วัชระขว้างใส่ขากรรไกรหนุมาน ทำให้หนุมาน หล่นลงมาบนโลก พระวายุ บิดาของหนุมานจึงแก้แค้นให้ โดยเข้าไปสิงอยู่ในร่างของเหล่าเทพเจ้า ทำให้เกิดอาการจุกเสียด พระอินทร์จึงต้องขอขมาพระวายุ และให้พรว่าหนุมานจะเป็นอมตะ

(บางคัมภีร์ว่าพระรามให้พรหนุมานให้เป็นอมตะ)


พระอาจารย์ที่ผมเคารพท่านหนึ่ง ท่านเคยบอกว่า หนุมาน คือ องค์อวตารพระอิศวร ครับผม
รักระหว่างรบ ของ หนุมานชาญสมร





รักระหว่างรบของ หนุมานชาญสมร


               ในโอกาสที่สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดแสดงโขนรามเกียรติ์ ชุด “หนุมานชาญสมร” ที่โรงละครแห่งชาติ ระหว่างเดือนมกราคม ถึง มีนาคมนี้ ซึ่งเป็นผลงานการประพันธ์บทของ เสรี หวังในธรรม

  ศิลปินแห่งชาติ  สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย) ประจำปี พ.ศ. 2531 เนื้อเรื่องนำเสนอชีวิตและการผจญภัยของหนุมาน  ทหารเอกของพระรามเริ่มตั้งแต่เกิดไปจนกระทั่งเสร็จศึกทศกัณฐ์ได้ครองเมือง  เน้นเรื่องอิทธิฤทธิ์และความเชี่ยวชาญศึกของวานรเผือกตนนี้ผู้เขียนนึกสนุกอยากเล่าถึงแง่มุมกุ๊กกิ๊กที่เป็นกิตติศัพท์อีกอย่างหนึ่งของหนุมาน ซึ่งไม่ได้เก่งแต่เรื่องรบเท่านั้นแต่เจนจัดในเรื่องรักไม่แพ้กัน เรียกว่าไปรบสมรภูมิไหน ก็ได้เมียมาอิงแอบแทบทุกครั้ง   

                                                               


ประวัติหนุมานชาญสมร
           ก่อนอื่นขอเล่าเท้าความกันสักนิด...หนุมานเป็นลูกของพระพาย เทพแห่งลม กับนางสวาหะ ธิดาของพระฤาษี โคดมกับนางกาลอัจนา พระอิศวรทรงทราบว่านางสวาหะถูกมารดาสาปให้ไปยืนตีนเดียวเหนี่ยวกินลมจนกว่าจะออกลูกเป็นลิงจึงจะพ้นคำสาป  พระองค์บังเกิดความสงสารอยากให้นางพ้นทุกข์  ทรงมีพระบัญชาให้พระพายนำเทพอาวุธพร้อมทั้งพละกำลังของพระองค์ไปซัดใส่ปากนาง  เพื่อให้นางกำเนิดบุตรชายที่มีมหิทธิฤทธิ์ (อ่านถึงตรงนี้ รู้สึกว่าพระพาย จะเป็นแค่พ่อบุญธรรมแฮะ) และไปเป็นทหารเอกของพระราม ซึ่งเป็นพระนารายณ์อวตารลงไปปราบยักษ์            
                              

         พอได้ฤกษ์ดี วันอังคาร เดือนสาม ปีขาล นางสวาหะก็ให้กำเนิดบุตรชายออกมาจากปากเป็นวานรเผือกทรงอิทธิทธิ์เหาะขึ้นท้องฟ้าหาวเป็นดาวเป็นเดือน มีกุณฑล ขนเพชร เขี้ยวแก้ว มี 8 มือ 4 หน้า พระอิศวรประทานนามให้ว่า “หนุมาน” และประทานพรให้เป็นผู้ที่ใครฆ่าไม่ตาย เพียงแค่มีลมพัดมา หนุมานก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่

         นางสวาหะผู้เป็นแม่สั่งลูกชายไว้ว่าวันใดก็ตามที่มีผู้มาทักของวิเศษประจำตัวผู้นั้นคือพระนารายณ์อวตาร ให้เข้าไปสวามิภักดิ์เป็นพวก   ฟาสต์ฟอร์เวิร์ดไปเบบเร็วๆ หนุมานถูกพระอุมาสาปให้พละกำลังลดน้อยถอยลงครึ่งหนึ่งโทษฐานที่วิ่งเล่นทำลายสวนดอกไม้ของพระองค์  กลายเป็นลิงป่าร่อนเร่อยู่ในป่ากัทลีวัน จนมาพบพระรามและพระลักษณ์ซึ่งเสด็จออกตามหานางสีดาที่ถูกทศกัณฐ์ลักพาไปตามประสาลิงซน หนุมานแกล้งและกระโจนไปชิงเอาคันศรของพระลักษณ์แล้วหนีขึ้นต้นไม้ พระลักษณ์ปลุกพระรามแล้วเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อพระรามทอดพระเนตรเห็นวานรเผือกมีลักษณะดี มีของวิเศษประจำกายที่ผู้อื่นมองไม่เห็น จึงมีพระทัยเมตตาและลูบหลังสามครั้ง  หนุมานได้ฤทธิ์เดชกลับคืนมาก็รู้ว่านี่คือพระนารายณ์อวตารดังที่แม่เคยสั่งสอนไว้จึงถวายตัวรับใช้เป็นข้าพระบาทตั้งแต่นั้นมา   

          ความกล้าหาญ อิทธิฤทธิ์ และเล่ห์เหลี่ยมของหนุมานในฐานะ “นักรบ” นั้น ถ้าเล่ากันจริงๆเนื้อที่ตรงนี้คงไม่พอ จึงของยกแต่เรื่องการเป็น “นักรัก” ของวานรเผือกตัวนี้ที่หลายคนบอกว่าคือ พระเอกตัวจริงของเรื่องรามเกียรติ์มาเล่าสู่กันฟังดีกว่า


*




     
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Sornpraram เมื่อ 2014-7-18 13:20

     ในเรื่องรามเกียรติ์ หนุมานสร้างตำหนักรักข้ามเผ่าพันธุ์กับนางยักษ์ นางปลา นางฟ้า

และอื่นๆอีกมากมาย ถ้าถามว่าหนุมานมีเมียกี่คน สองมือสองเท้าอาจไม่พอนับ

เพราะท่านเจ้าคุณมีเมียตั้ง 5,006 นาง

ได้รับการปูนบำเหน็จจากพระรามคราวเดียวก็ 5,000 นางเข้าไปแล้ว

แต่ในจำนวนนี้มีเมียที่มีบทบาทเด่นในเรื่องเพียง 6 นาง  



ตำนานรักหนุมานชาญสมร
รักแรกกับนางฟ้า ชื่อ “นางบุษมาลี”


           เกิดเมื่อครั้งที่หนุมาน ชมพูพาน และองคต รับบัญชาจากพระรามไปสืบมรรคาหาทางไปกรุงลงกาเพื่อนำแหวนและผ้าสไบไปถวายนางสีดา พร้อมแจ้งข่าวว่าพระรามกำลังยกทัพตามมาช่วยระหว่างทางเห็นเมืองร้างชื่อ เมืองบายน ไม่มีผู้คนอาศัย หนุมานนึกแปลกลองเข้าไปดู ได้พบกับนางบุษมาลี นางฟ้าที่พระอินทร์สาปให้มาอยู่เฝ้าเมืองนี้แต่เพียงผู้เดียวนาน 30,000 ปีเพราะนางทำเกินหน้าที่ ทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักพานางสนมของพระอินทร์ไปให้ท้าวตาวัน นางจะพ้นจากคำสาปก็ต่อเมื่อชี้ทางให้กับทหารเอกของพระรามที่หาวเป็นดาวเป็นเดือน   



        หนุมานพบนางบุษมาลีก็หลงรักแบบ love at first sight สอบถามจนรู้ความแล้วก็ได้นางเป็นเมียอยู่กินกันหลายวัน     (เน้นว่า “หลายวัน”) แต่พอนึกถึงหน้าที่ของตน
ก็จำใจลานาง บุษมาลี แล้วขว้างนางกลับไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ตามเดิม ตัวเองก็ออกเดินทางไปหานางสีดาต่อไป  




รักที่สองกับนางยักษ์ ชื่อ “นางเบญกาย” ลูกสาวของพิเภกกับนางตรีชฎา

             ทศกัณฐ์ใช้อุบายอยากให้พระรามเลิกทัพกลับไปโดยไม่ต้องใช้กำลังรบ จึงเรียกให้นางเบญกายแปลงกายเป็นนางสีดา ทำเป็นตายลอย(ทวน)น้ำไปที่พลับพลาของพระราม เมื่อพระรามเห็นเข้านึกว่านางสีดาตายจริง เนื้อเรื่องตอนนี้หลายคนที่เคยดูโขนศิลปาชีพ ตอน “นางลอย” คงจำได้ว่าหนุมานเป็นผู้ทูลให้พระรามเห็นข้อผิดสังเกตว่าถ้านางสีดาตายจริง ทำไมศพจึงลอยทวนน้ำมา และศพก็ยังอยู่ในสภาพสวยงามผิดสังเกตจึงขอพิสูจน์โดยจับนางมาเผาไฟ ถ้าเป็นศพจริงก็จะไหม้ไฟ แต่ถ้าเป็นศัตรูแปลงกายมา ก็จะต้องหนีไปแน่

              นางเบญกายทนถูกไฟสุมไม่ไหวกลัวหมดสวย จึงเหาะหนี หนุมานเหาะตามไปจับมาได้ พระรามโปรดให้หนุมานสอบสวนจนได้ความและตามธรรมเนียม ได้นางเป็นเมียด้วย



รักที่สามกับนางปลา

                 เมื่อพระรามจะยกทัพข้ามสมุทรไปกรุงลงกา ทรงมีรับสั่งให้หนุมานไปจองถนน ทศกัณฐ์     รู้ข่าวจึงสั่งให้ “นางสุพรรณมัจฉา” ธิดาของตนที่เกิดกับนางปลาพาบริวารไปขนหินที่พลพรรคลิงนำมาจองทำเป็นถนนไปกรุงลงกาไปทิ้งเสีย คราวนี้สุครีพเป็นผู้เห็นเรื่องผิดสังเกต เพราะก้อนหินที่ขนมาทิ้งน้ำจนปริ่มๆสักพักก็หายไป ไม่เต็มขึ้นมาเป็นถนนเสียที จึงสั่งให้หนุมานไปตรวจดูหนุมานดำน้ำลงไปก็พบฝูงปลากำลังเร่งขนหินไปทิ้ง โดยมีนางสุพรรณมัจฉาเป็นผู้สั่งการ
              ไม่พูดพล่ามทำเพลง หนุมานนักรักก็จีบจนได้นางสุพรรณมัจฉามาเป็นเมีย และได้บริวารปลามาเป็นพวก หนุมานชาญฉลาด มีเมียก็ใช้เมียให้เป็นประโยชน์ จึงขอให้นางสุพรรณมัจฉา “ยูเทิร์น” สั่งบริวารปลาให้ขนก้อนหินกลับมาถมไว้ตามเดิมจนเป็นถนนให้พระรามและพลพรรควานรข้ามไปกรุงลงกาได้สำเร็จ
*
  




เมียคนที่สี่กับนางฟ้า ชื่อ “นางวานรินทร์”

           เดิมเป็นนางฟ้าทำหน้าที่เฝ้าดวงประทีปในห้องของพระอิศวร นางฟ้าผู้รักการเมาท์เป็นจิตใจ ดันไปเมาท์กับเพื่อน ปล่อยให้ดวงประทีปดับ มืดกันไปทั้งสวรรค์ พระอิศวรจึงสาปให้ลงมาเฝ้าเขาอังกาศเพียงผู้เดียวไม่สามารถเมาท์กับเพื่อนนางฟ้าได้อีก นางต้องเฝ้าเขาอังกาศอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะพบและช่วยบอกที่ซ่อนของศัตรูแก่หนุมาน นางจึงจะพ้นคำสาป

           ในรามเกียรติ์ตอน “ศึกวิรุญจำบัง” พระรามทรงมีพระบัญชาให้หนุมานตามไปสังหารวิรุญจำบังซึ่งหลบหนีไป ระหว่างทางตามหาวิรุญจำบัง หนุมานได้พบนางวานรินทร์โฉมงามในถ้ำ จึงเกี้ยวพาราสีถามไถ่ความจริงได้ความและได้ไว้เป็นเมียอีกหนึ่ง นางวานรินทร์เมื่อบอกที่ซ่อนของวิรุญจำบังให้หนุมานรู้แล้วก็พ้นคำสาปกลับไปอยู่บนสวรรค์ตามเดิม (อาจไปเมาท์ต่อ)  

      
  

เมียคนต่อไปอดีตนางฟ้าไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ “นางมณโฑ” เมียรักของทศกัณฐ์ก็ตกเป็นเมียของหนุมานเหมือนกัน

             ทศกัณฐ์กลัดกลุ้มใจที่เสียพญายักษ์และไพร่พลมากมายในการศึก จึงขอให้นางมณโฑทำพิธีหุงน้ำทิพย์ ที่เคยร่ำเรียนมาจากพระอุมา ซึ่งเป็นนายหญิงเก่า พอครบ 7 วัน ก็จะได้น้ำทิพย์มาประพรมเหล่ายักษ์ที่ตายไปให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา    พญายักษ์ที่ตายไปแล้วอย่าง กุมภกรรณ วิรุญจำบัง สหัสเดชะ อินทรชิต แสงอาทิตย์ ฯลฯ ก็ฟื้นขึ้นมาเป็นผีดิบมีอิทธิฤทธิ์มากมาย

             พระรามนึกสงสัยจึงตรัสถามพิเภกผู้รอบรู้ไปหมดทุกเรื่อง ได้ความว่า นางมณโฑหุงน้ำทิพย์เป็นน้ำอมฤตได้ แต่มีเคล็ดลับว่านางต้องถือพรหมจรรย์ตลอดพิธี ระหว่างที่นางมณโฑเป็นโรงงานหุงน้ำทิพย์ส่งมาให้กองทัพทศกัณฐ์นั้นเอง พระรามมีพระบัญชาให้หนุมานนิลนนท์ และชมพูพานไปทำลายพิธี หนุมานแปลงกายเป็นทศกัณฐ์เข้าไปพบนางมณโฑบอกให้นางเลิกพิธีเสียเพราะชนะศึกแล้ว และขอร่วมหลับนอนกับนางด้วย พิธีหุงน้ำทิพย์จึงถูกทำลายลง

           ฝ่ายกองทัพทศกัณฐ์เมื่อน้ำทิพย์ “ขาดตลาด” ไม่มาส่งเหมือนเดิม ก็รู้ว่าพิธีหุงน้ำทิพย์ถูกทำลาย จึงถอยทัพกลับ ส่วนหนุมานเสร็จภารกิจแล้วก็ทิ้งเมืองลงกา งานนี้นางมณโฑช้ำใจหัวโตอยู่คนเดียว     

เมียคนสุดท้ายที่จะเล่าในคราวนี้เป็นนางยักษ์ชื่อ “นางสุวรรณกันยุมา” มเหสีม่ายของอินทรชิต ที่ทศกัณฐ์ยกให้แก่หนุมาน

           หลังจากหลงกลอุบายของหนุมาน (อีกแล้ว) ที่ทำทีมาสวามิภักดิ์โดยแกล้งทูลว่าเหน็ดเหนื่อยและน้อยใจที่รับใช้พระรามพระลักษณ์มานานนม แต่ไม่เคยได้รับรางวัลหรือการยกย่องเลย แถมยังถูกกล่าวโทษ เลยต้องหนีมาพึ่งใบบุญทศกัณฐ์แล้วออกอุบาย (ซ้ำอีกที) อาสาไปรบกับพระลักษณ์เพื่อพิสูจน์ความภักดีของตน ทศกัณฐ์เมื่อเห็นหนุมานแสดงความจริงใจฝักใฝ่ตนอย่างเต็มที่ ก็ปูนบำเหน็จความดี ความชอบให้เป็นอุปราช มอบราชทรัพย์ และยกนางสุวรรณกันยุมาให้ ซึ่งเป็นม่ายหลังจากอินทรชิตผู้สามีตายในการรบกับพระราม  

                                                                                                
ลูกของหนุมาน

          แม้หนุมานจะมีเมียรูปงามสะคราญโฉมแต่ก็มิได้อยู่กินกับนางใดนานด้วยติดภารกิจงานหลวงต้องไปรบทัพจับศึก  แต่กระนั้นก็ยังมีทายาทสืกับสกุลถึง 2 ตน คือ อสุรผัด ลูกชายกึ่งลิงกึ่งยักษ์ ซึ่งเป็นลูกที่เกิดกับนางเบญกายและ มัจฉานุ  ลูกชายกึ่งลิงกึ่งปลา ที่เกิดบนางสุพรรณมัจฉา      

ตบตีแย่งชิงหึงหวง

            หนุมานเก่งกาจเรื่องการรบขนาดไหนแต่เรื่องการรักก็มีเรื่องกุมขมับบ่อยเหมือนกันเพราะเมียก่อน เมียหลังอาละวาดตบตีกัน (ได้อารมณ์ประมาณ “แรงเงา”) ไม่ใช่ใครที่ไหน นางเบญกาย กับนางสุวรรณกันยุมา สองนางยักษ์ที่มาปะทะกันกลางกรุงลงกา ขณะที่หนุมานแกล้งมาสวามิภักดิ์กับทศกัณฐ์นั่นเองแม้จะเก่งกล้าสามารถในการศึก แต่มาเจอรถไฟสองขบวนชนกันจังเบ้อเร่อกลางกรุงลงกาอย่างนี้ ก็ออกอาการเป๋ ปวดเศียรเวียนเกล้าเอาเหมือนกัน นางเบญกายและนางสุวรรณกันยุมาลงไม้ลงมือถล่มกันแบบไม่ยั้งจนนางสุวรรณกันยุมาต้องเรียกลูกชาย คือ ยามลิวัน และ กันยุเวก ให้มาช่วย


          เหตุการณ์จะลงเอยอย่างไร ไปตามอ่านในรามเกียรติ์กันได้เอง หรือจะติดตามชมจากการแสดงโขนรามเกียรติ์  ที่สำนักการสังคีตจัดให้ชมอยู่บ่อยๆก็ได้ ดูหลายๆตอนก็ปะติดปะต่อเป็นเรื่องกันได้เอง




บทความดีๆ โดยคุณ  ฐิพรรัศม์ อิ่มสวาสดิ์
ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ที่มา..http://www.trueplookpanya.com
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Sornpraram เมื่อ 2014-7-18 13:46

หนุมานเทพกับภีมะ
บุตรแห่งพระพาย
(ตอนหนุมานสอนน้อง)


เรืองโดย กาลราตร







เทพหนุมาน เป็นเทพที่เรียกว่าดังเป็นอันมากเลย ชาวฮินดูกราบไหว้ท่านหนุมานกันมาก ๆ

เนืองจากพวกเขาต้องการขอพรให้เทพหนุมานช่วยปัดเป่าผองภัย และ ประทานปัญญาในการแก้ป้ญหาชีวิตทั้งปวง

ปัญหาเล็กใหญ่แค่ไหนท่านหนุมานจัดการได้หมด



ที่สำคัญ คนที่เป็นหัวหน้างาน หรือมีลูกน้องที่ต้องดูแล

การบูชาเทพหนุมานก็เชือว่า ลูกน้องคุณจะทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ

และที่สำคัญ ผู้ใต้บังคับบัญชา จะภักดี และ ซือสัตย์มาก ๆ

เนืองจาก คุณสมบัติของท่านหมุมาน คือท่านจะรักพระราม ม๊าก ๆ

เรียกว่า สละชีวิตให้ได้ทันทีเลย


ถ้าองค์ราม หรือแม่ลักษมีร้องขอ

วันนี้ขอเล่าเรืองราว ความสัมพันธ์ระหว่างท่านหนุมาน กับ ภีมะ ผู้เป็นตัวเอกในมหากาพย์มหาภารตะ

เนืองจาก ภีมะ และหนุมานนี้ ต่างเป็นบุตรแห่งพระพายทั้งคู่ ดังน้้น ภีมะและท่านหนุมานก็คือพี่น้องร่วมบิดากัน


เรามาดูสิว่า พี่น้องคู่นี้เขามีความสัมพันธ์กันอย่างไร และเขาดูแลกันขนาดไหน


คือเท้าความเรืองของภีมะก่อน ภีมะถือกำเนิดมาบนโลกนี้ เนืองจากท่านท้าวปาณฑุนี้ไม่สามารถมีลูกด้วยตนเองได้

เนืองจากท่านได้ต้องคำสาปจากฤาษีตนหนึ่ง ทำให้ท่านไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์กับภรรยา หรือหญิงใด ๆ ได้

เพราะมันหมายถึงท่านจะต้องตายทันที เนืองจากท่านปาณฑุนี้ เผลอไปยิงกวาง 2 ตัวผัวเมีย  

ซี่งเป็นฤาษีและภรรยา แปลงกายมา ก่อนตายฤาษีก็สาป แบบ เจ็บแสบเลย


แหม..!!!ห้ามอะไรไม่ห้าม มาห้ามเรืองสำคัญซะด้วย


ร้อนถึงนางกุนตี มเหสีเอกของท้าวปาณฑุต้องใช้เวทย์มนตรฺ์พิเศษ

เพือให้กำเนิดทายาทโดยทางลัด มนตร์วิเศษนี้กล่าวคือเมือนางสวดท่องแล้วนางสามารถเชิญองค์เทพองค์ใดก็ได้

ลงมาทำการให้กำเนิดบุตรแก่นาง

นางได้เชิญ สุริยเทพ เทพพระพาย และ พระอินทร์ ให้ลงมาประทานบุตรชายทั้งสามแก่นาง

และท้าวปาณฑุตามลำดับ ภีมะคือบุตรชายคนที่สอง ซึ่งเป็นบุตรแห่งพระพายนั้นเอง



ภีมะนี้มีฤทธิ์เดชและพละกำลังมาก ๆ ทำให้บางครั้งภีมะก็ทะนงตัวมากไปนิด

ร้อนถึงท่านหนุมานพี่ชายใหญ่ที่ต้องทำการสอนน้องชายนิดนึง

การสั่งสอนระหว่างพี่น้องคู่นี้น่ารักแค่ไหน


เรืองมีอยู่ว่า ..

วันหนึ่งท่านภีมะต้องการเดินทางผ่านป่าแห่งหนึ่ง ปรากฏว่าเดินไม่ได้

เพราะว่าท่านหนุมานใช้หางปิดทางไว้ซะงันแหละ ไม่ให้เข้าจะทำไม

  ภีมะซึ่งเลือดร้อนอยู้แล้วก็โมโห ก็ปะทะกันทันที

อ้อ
...ลืมบอกท่านหนุมานแปลงร่างเป็นลิงแก่ ๆ ท่าทางไม่มีแรง

แต่ว่าภีมะซึ่งมีเรียวแรงมหาศาล กลับทำอะไรลิงแก่ ๆ ตัวนี้ไม่ได้เลย

ภีมะก็ทราบเลยว่า ลิงตนนีไม่ใช่ลิงธรรมดา ๆ

ก็เลยกล่าว ยอมแพ้ แล้วถามว่า ท่านผู้องอาจได้โปรดแสดงตัวตนที่แท้จริงด้วยเถิด

ท่านหนุมานก็รีบแสดงร่างจริง ภีมะได้เห็นก็รีบก้มกราบพี่ชาย พี่น้องสวมกอดกันทันที


พี่ชายใหญ่หนุมานก็เลย กล่าวตักเตือนน้องชายว่าเรา..


เป็นคนเก่ง อย่างเดียวไม่ได้ ต้องเป็นคนดีด้วย

เพราะว่า คนเราจะมีพละกำลังอย่างเดียว

แต่มารยาท สัมมาคารวะก็ต้องพร้อม

ถึงจะเรียกว่าลูผู้ชายตัวจริงนะไอ้น้อง



น่ารักนะ พี่น้องเขาสอนกัน น้องชายจอมซนภีมะก็เลย มีคำขอต่อพี่ชาย ว่า

ขอให้ท่านพี่หนุมานช่วยแปลงร่างขนาดใหญ่โตให้เท่าตอนกระโดดข้ามทะเลจากอินเดีย ไปสู่กรุงลังกาให้ดูหน่อย

เพราะว่าน้องชายอยากเห็น พี่หนุมานก็ไม่ขัด รีบแปลงร่างให้ใหญ่เท่าภูเขาเลากา แล้วก็ย่อตัวเล็กลง

เปลียนไปเปลี่ยนมา ภีมะก็หัวเราะชอบใจใหญ่ เพราะว่า พี่หนุมานคือฮีโร่ของเขา

ตำนานกล่าวว่า ท่านหนุมานคือปางอวตารของพระศิวะ ท่านอวตารมาเพือช่วยพระนารายณ์ทำการรบกับทศกัณฑ์


บางตำนานกล่าวว่า นังอัญจนาแม่ของหนุมานได้ทำการบำเพ็ญตบะเพือขอลูกจากพระศิวะ ก็หลาย ๆ ตำนานก็ว่ากันไป

แต่ว่าอย่างไรก็ตาม เทพหนุมานคือหนึงในองค์เทพผู้เป็นใหญ่ในใจแห่งผู้รักและศรัทธาองค์เทพอย่างแท้จริง

สั้น ๆ สำหรับตอนนี้ฝากบทสวดสั้น ๆ ไว้ สำหร้บสวดขอพรจากหนุมานเทพผู้ยิ่งใหญ่


มาโนจาวัม มารูธา ทุลยาเวกัม
จิตเทดริยัม พุทธิมาธรรม วาริสธรรม
วาธาทมายัม วานารายุทา มุขคะยัม
ศรี รามาดุธรรม ชีราสา นะมามี


คำแปลสั้น  ข้าน้อยขอสวดอ้อนวอนแด่ท่านหนุมาน

ผุ้เดินเคลือนไหวได้เร็วดั่งความคิดในจิตมนุษย์ เทพผุ้เปียมด้วยพละกำลังและสติปัญญา

เทพหนุมานผู้เป็นบุตรแห่งพระพาย ท่านผู้เป็นหัวหน้ากองทหารวานรผู้แกล้วกล้า

เทพหนุมานผู้เป็นทูตประจำพระองค์แห่งองค์ราม ข้่าน้อยขอสวดอ้อนวอนต่อท่านหนุมานผู้เป็นใหญ่

ขอพระองค์โปรดประทานพรตามที่ได้สวดขอด้วยเทอญ



ขอเทพหนุมานประทานสติปัญญา พละกำลัง และความสุขแด่ทุกท่าน



หนุมานสู้กับอินทรชิต


เป็นตอนที่หนุมานไปสืบข่าวที่กรุงลงกา หลังจากที่ได้ถวายแหวนให้แก่นางสีดาแล้ว ด้วยนิสัยที่ซุกซนตามประสาลิง
จึงได้คิดที่จะลองดูกำลังของฝ่ายทศกรรฐ์ดู ก็ได้สำแดงแผลงถทธิ์หักทำลายต้นไม้ในสวนขวัญ ฆ่ายักษ์มากมาย
จนทศกรรฐ์ได้สั่งให้อินทรชิตออกมาปราบ สู้กันอยู่พักหนึ่ง อินทรชิตจึงใช้ศรนาคบาศจับตัวหนุมานไว้ได้




หนุมานเผากรุงลงกา







                หนุมานเมื่อทูลลานางสีดาแล้ว คิดว่าเมื่อเข้ามาเหยียบกรุงลงกาแล้ว ก็ควรจะได้ลองฤทธิ์กับเหล่ายักษ์ดูบ้าง จึงแผลงฤทธิ์ หักต้นไม้ในสวน สหัสกุมารเข้าต่อสู้ ถูกหนุมานฆ่าตาย ทศกัณฐ์ รู้ข่าว จึงให้อินทชิตไปฆ่าหนุมาน อินทรชิตพบหนุมานต่อสู้กัน หนุมานแกล้งทำเป็นแพ้


                อินทรชิตจึงให้ไพร่พลยักษ์เอาโซ่เหล็กมัดหนุมาน แล้วพาไปหาทศกัณฐ์  หนุมานได้สบัดโซ่ขาด เข้าต่อสู้กับไพร่พลยักษ์อีก แล้วแกล้งทำเป็นอ่อนแรง บอกทศกัณฐ์ ว่าให้ฆ่าตนให้ตายจะได้ไม่ทรมาน

                ทศกัณฐ์ ไม่รู้วิธีฆ่าหนุมาน จึงบอกให้ใช้ไฟฆ่าตน ทศกัณฐ์ จึงให้เอาเชื้อไฟมาพันรอบตัวของหนุมาน แล้วจุดไฟด้วยหอกแก้วสุรกานต์หนุมานจึงกระโจนไปในปราสาท ใช้ไฟที่ลุกติดร่างกายอยู่ เที่ยวจุดไฟเผาไปทั่ว ทศกัณฐ์ จึงรู้ว่าตนเสียรู้หนุมาน และไฟที่เกิดจากหอกไม่อาจดับได้ จึงต้องพาไพร่พลไปอยู่ที่ภูเขาสัตนา ส่วนหนุมานไม่สามารถดับไฟที่หางของตนได้ จึงไปพบฤาษีนารทเพื่อให้ช่วยดับ ฤาษีให้เอาหางมาอมใช้น้ำลายดับ จึงสามารถดับไฟได้









                ฝ่ายทศกัณฐ์ ได้ให้เสนายักษ์ไปอัญเชิญพระอินทร์ และเหล่าเทวดา ลงมาสร้างเมืองให้ตนใหม่ฝ่ายสามทหารของพระรามที่ไปสืบเรื่องนางสีดา ได้ยกทัพกลับยังภูเขาคันธมาทน์ แล้วหนุมานได้เล่าเรื่องให้พระรามฟัง พระรามโกรธที่หนุมานทำเกินเหตุ โดยไปเผากรุงลงกา จึงจะลงโทษประหารชีวิต ไพร่พลวานรได้ขอว่า ควรจะยกเว้นโทษให้ครั้งหนึ่ง พระรามจึงยกโทษให้

                ชมพูพานได้ทูลพระรามว่า ควรจะยกทัพไปยังเชิงเขาคันธกาลา ริมฝั่งมหาสมุทร ตรงข้ามเกาะลงกา พระรามเห็นด้วย
ส่วนทศกัณฐ์ หลังจากที่สร้างเมืองใหม่แล้ว ก็คิดถึงแต่นางสีดา วันหนึ่งได้ฝันไปว่า มีพระยาแร้งขาวบินมาจากทิศตะวันออกถึงหน้าพระลาน แร้งสีดำบินจากทิศตะวันตก เกิดตีกัน แร้งดำตายกลายเป็นยักษ์


                มีหญิงหนึ่งวิ่งมาจุดไฟ จนน้ำมันแห้งไส้มอด แต่ไฟกลับลุกไหม้กะลาลามมายังมือ มีพิษร้อนไปทั่วร่างกาย จึงขอให้พิเภกทำนายฝัน พิเภกทำนายว่า กะลาได้แก่กรุงลงกา เชื้อไส้ได้แก่ทศกัณฐ์ น้ำมันคือพระญาติพระวงศ์ เพลิงได้แก่นางสีดา หญิงที่จุดไฟคือนางสำมนักขา แร้งขาวคือพระราม แร้งดำคือทศกัณฐ์ และทศกัณฐ์ จะได้รบกับพระราม กรุงลงกาจะเดือดร้อนไปทั่ว ทศกัณฐ์ ได้ฟังก็กลัวว่าจะตายก่อนที่จะได้นางสีดาเป็นเมีย จึงให้พิเภกช่วยสะเดาะเคราะห์ให้ พิเภกจึงให้ทศกัณฐ์ ตั้งมั่นอยู่ในศีลในสัตย์ และควรจะส่งนางสีดาคืนพระราม    ทศกัณฐ์ โกรธมาก จึงขับไล่พิเภกออกจากลงกา


http://student.nu.ac.th/Ramakian/123/pic3.htm
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้