ดู: 148|ตอบกลับ: 19

>> แรกพบประสบพักตร์ <<

[คัดลอกลิงก์]

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
โพสต์เมื่อ 2026-9-11 19:09:50 | แสดงทุกชั้น |โหมดการอ่าน
๐oOแรกพบประสบพักตร์Oo๐
บทความที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริง โดย อาจารย์สรายุทธ งามชื่น




          ต้นปี 2538 ได้มีพระภิกษุชาวเขมร ได้ชักชวนผมไปหาพระอาจารย์ของท่าน ชื่อเรียงเสียงใดก็ไม่ทราบท่านก็กล่าวยกย่องครูบาอาจารย์ของท่านตลอดเวลา ว่าเก่งอย่างนั้นบ้าง เก่งอย่างนี้บ้าง ทำนั้นก็ได้ทำนี่ก็เป็น ชักชวนผมไปกราบอาจารย์ท่าน ทุกๆ ครั้งที่พบปะหน้ากันใจผมตอนนั้น มัน 50/50 พระเก่งๆ อย่างที่ท่านคุย ยังมีหลงเหลืออีกหรือ !แต่ใจอีกด้าน มันก็บอกว่า ลองไปดูไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน อีกทั้งตั้งแต่รู้จักกับท่านมาท่านก็ไม่เคยมุสาเราเลย "พรุ่งนี้กูต้องไป"  รุ่งเช้าผมขับรถไปรับหลวงพ่อที่วัดแต่เช้า และแจ้งความจำนงประสงค์ ที่จะเดินทางไปกราบอาจารย์ของท่านด้วยกัน ผมได้เรียนถามท่านว่าหลวงพ่อครับ อาจารย์ของหลวงพ่ออยู่วัดไหน? อำเภอ จังหวัดอะไร? อยู่เกือบสุดชายแดนเขมรไปจากที่นี่ก็ร้อยกว่ากิโล ถ้าไม่เชื่ออาตมาก็ไม่ต้องไปก็ได้น่ะอาตมาไม่ได้บังคับ (ตอนเราไม่อยากไป พูดเชิงบังคับจะพาเราไปให้ได้ พอเราใจง่ายจะไป ก็เล่นตัวเสียงั้น) ไปครับ ไป ผมร้องบอกท่าน ถ้าไปก็รอหลวงพ่อก่อนเดี๋ยวหลวงพ่อไปเอาของก่อน สักครู่ ท่านก็เดินออกมาจากกุฏิพร้อมเครื่องรางของขลัง ต่างๆที่ท่านทำขึ้นเอง เพื่อจะนำไปให้ ครูบาอาจารย์ของท่าน "ประสิทธ เม"ให้อีกที และการเดินทางมุ่งสู่ชายแดนเขมร ก็เริ่มขึ้น ณ วินาทีนั้น จุดหมายปลายทางที่จะไป ผมไม่ทราบ เพระท่านไม่ได้บอกทราบแต่เพียงว่า  ถ้าให้เลี้ยวซ้ายก็ต้องซ้าย เลี้ยวขวาก็ต้องไป ตรงไปก็อย่าขัด การเดินทางในระยะแรกพอถึงแยก ถึงซอย  ท่านคอยบอกเส้นทางตลอดพอสักพัก  ผมเห็นท่านขยันทำสมาธิอยู่บ่อยๆ ผมต้องคอยสะกิดท่านทุกๆครั้ง ที่เจอทางแยกข้างหน้า ตลอดระยะกาลเดินทางชั่วโมงกว่า ผมก็พาท่าน หรือท่านก็พาผม จะเดินทางเข้าสู่อำเภอบ้านกรวดในอีก 10 กิโลข้างหน้า หลวงพ่อก็บอกให้ผมจอดรถข้างทางซึ่งเต็มไปด้วยท้องทุ่งนา เมื่อรถจอดสนิท ท่านเดินไปหลังพุ่มไม้สักพักท่านเดินกลับมาที่รถ ท่านได้ถามผมว่า โยม...พระฆ่าสัตว์มันบาปไหมบาปครับหลวงพ่อ... อาตมาไปยิงกระต่ายมาไม่เห็นจะบาปเลยการเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดที่วัดตาอี หลวงพ่อให้ไปจอดรถใต้ต้นไม้และพาผมเดินไปยังกุฏิไม้เล็กๆหลังหนึ่ง เมื่อถึงหน้ากุฏิซึ่งปิดประตูอยู่  หลวงปู่ หลวงปู่ หลวงปู่ ในเมื่อประตูเปิดออกมา

โพสต์นี้มีไฟล์แนบเพิ่มเติม

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ ก่อนจึงจะสามารถดาวน์โหลดหรือดูได้ ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

×

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 19:10:35 | แสดงทุกชั้น
ประเดี๋ยวหลง"อิทธิฤทธิ์" จัดจะเป็นเหมือนรถยางแตกเข้าให้อีกผมก็เลยยิงคำถามหาความกระจ่าง

หลวงปู่ท่านรอผม.....รึ..? ใช่ !เห็นหลวงปู่ท่านบอกแต่เช้าว่า โยมจะมาถวายอาหารเช้า หลวงตาแรมตอบ และย้อนถามกลับมาว่าไม่ได้นัดหลวงปู่ไว้หรืองัย ? ผมยิ้มให้แทนคำตอบ เมื่อขึ้นไปบนกุฏิเห็นหลวงปู่ท่านรออยู่ และกำลังเตรียมถ้วยชามไว้สำหรับใส่อาหารผมเลยรีบจัดแจงอาหาร ประเคนหลวงปู่และหลวงตาแรม เมื่อท่านฉันท์อาหาร และให้ศีลให้พร เสร็จสรรพ ท่านให้ผมไปรอที่แคร่ ใต้ต้นไม้ที่เดิม  ซึ่งผมมีปัญหาค้างคาใจหลายๆเรื่องที่อยากจะถาม  นั่งรออยู่สักพัก ไม่นานหลวงปู่ท่านก็ตามมา ยังจุดนัดพบการสนทนาก็เริ่มขึ้น........

ทำไมมาช้าจัง?หลวงปู่ท่านถามขึ้นมาเป็นประโยคแรก ยางรถแตกครับ ทำให้มาล่าช้าครับ แล้วหลวงพ่อไม่ได้มาด้วย..เหรอ?แวะไปรับที่วัดแล้วแต่ท่านไม่อยู่ครับ ผมตอบแล้วมาหาหลวงปู่วันนี้อยากได้อะไร ?  อยากได้บุญกับวิชาครับผม..! ผมกราบเรียนจุดประสงค์ ให้หลวงปู่ท่านรับทราบ..! หลวงปู่ชื่นท่านนิ่งพร้อมกับมองหน้าผม เหมือนกำลัง เค้นหาอะไรบ้างอย่าง..! ก่อนที่ท่านจะกล่าวขึ้นมาว่า..หมายความว่าจะมาเป็นศิษย์..นี่ ? ครับ..! ผมตอบเสียงดังฟังชัดด้วยความมั่นใจ..หลวงปู่ชื่นท่านได้กล่าวเป็นคำเตือนและคำสอนต่อไปว่า.. ก่อนที่...เอ็ง จะฝากตัวเป็นศิษย์ใครต่อใคร...เอ็ง...รู้ความหมายของคำว่า "ศิษย์กับอาจารย์"ดีแล้วหรือยัง..? การเป็นศิษย์มันไม่ยาก... ดอก..!  แต่การปฏิบัติ "ศรัทธาครู" ด้วยใจมั่นคง.. ซิ..มันยากกว่า ถ้าวันหนึ่งครูอาจารย์ที่เอ็งนับถือตกต่ำ..เอ็งจะ..กล้ายอมรับ..ม่ะ  ว่านี่..ไงอาจารย์ของกู หรือถ้าเป็นอาจารย์เขา วันหนึ่ง ลูกศิษย์ชะตาตกต่ำ เป็นโจรเป็นคนไม่ดี หรือเป็น ผู้หญิงขายตัว อาจารย์..จะกล้ายืดอกรับ และกล้าบอกใครเขาไหมว่า.. นั่น..ลูกศิษย์ของกู หลวงปู่ น่ะ... ปรารถนาอยากให้ ลูกศิษย์มันได้ดีกันทุกคนไม่อยากให้เจ็บ ไม่อยากให้อด และไม่อยากให้ใครมารังแก อยากให้มันเป็นเจ้าฅนนายฅน แต่ชะตาชีวิตฅนมันสูงต่ำไม่เท่ากัน  "ถ้าเขาศรัทธาจริงมาบูชากราบไหว้น้อบจิตยอมรับเราเป็นอาจารย์เขาแล้ว" เราก็ต้องเป็นอาจารย์จริงจะชั่วจะดี ด้วยแรงแห่งกรรมก็ต้องดูแลสั่งสอนกันไป ด้วยอยากให้ศิษย์ได้ดีนั่น...ล่ะ ความหมายของคำว่า อาจารย์ที่ดี เขียนมาถึงตรงนี้ ทำให้คิดถึง ความเป็นแบบอย่างอาจารย์ที่ดีของหลวงปู่ชื่น

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 19:11:25 | แสดงทุกชั้น


          ประตูกุฎิที่กำลังจะเปิดออกมา อีกไม่ถึง "อึดใจ" เบื้องหน้าผมจะได้  "ยลโฉมประสบพักตร์" พระภิกษุที่ผมได้ยิน ได้ฟังถึง  "คุณวิเศษ" ที่หลวงพ่อพร่ำพูดให้ผมรบทราบ มาโดยตลอดจนทำให้ผมต้องมายืนหน้ากุฏิท่าน ณ เวลานี้ เสียงการทำงานของหัวใจผมดูจะทำงานผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด พิจารณาดูถึงได้รู้ว่ามันเป็นอาการ "ตื่นเต้น !"ถ้าหากย้อนเวลากลับไป "มันเหมือนสิบสี่อีกครั้ง"และเมื่อประตูกุฏิเปิดจนสุดบานประตู "เห็นสรีระเจ้าของกุฏิ"ผมตกตลึง น้ำตาแทบไหลพราก มโนภาพที่จิตและสมองผมบรรจงสร้างถึงความยิ่งใหญ่ที่น่าจะเป็นไปอย่างที่จินตนาการ แทบพังทลายหายสิ้น พระภิกษุที่ปรากฏในสายตาเบื้องหน้าผม "ท่านเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่พิการเป็นง่อย" ท่านถามว่ามาหาใครมีธุระอะไรกัน ? ขณะที่ผมยืนจัดระบบความคิดที่กำลังสับสนให้เป็นระเบียบ หลวงพ่อท่านหันมามองหน้าผม ท่านคงจะนึกขำที่เห็นผม"ต้องมนต์นะมหางง" เมื่อสติกลับมาผมรีบทรุดตัวลงกราบท่านทันที เพราะพ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านเคยสอนเสมอว่าคบคนอย่าดูหน้าให้ดูที่ใจ (แต่ใจมันดูยากชมัด)พระอริยะสงฆ์ไม่ได้สำเร็จที่สิริโฉมเลอเลิศ แต่ท่านสำเร็จที่ใจคิดได้อย่างนี้ทำให้ความรู้สึกผมดูดีมากขึ้น หลวงปู่ไม่อยู่หรือ? หลวงพ่อถามพระภิกษุสงฆ์องค์นั้นหลวงปู่อยู่ ท่านไปขุดเผือกอยู่ในป่าข้างๆกุฏิ พระภิกษุสงฆ์องค์นี้ไม่ใช่อาจารย์ของหลวงพ่อ ! อาจารย์หลวงพ่อกำลังขุดเผือกอยู่ในป่า !(พระภิกษุสงฆ์ที่ผมพบองค์แรก ทราบต่อมาภายหลังว่าท่านชื่อหลวงตาแรม ท่านเป็นพระลูกวัด พิการมาแต่กำเนิด แต่จิตใจท่านมิได้พิการเยี่ยงสังขารหลวงปู่ท่านให้มาเฝ้ากุฏิของท่าน)

         ผมกับหลวงพ่อมานั่งรอหลวงปู่ใต้ร่มไม้ ผมได้มองไปที่กุฏิหลวงปู่ซึ่งเป็นกุฏิไม้หลังเล็กๆ ยกพื้นสูงมีบันไดทางขึ้นไม่กี่ขั้น ด้านหน้าของกุฏิมีโอ่งน้ำฝนที่ท่านกักเก็บไว้สำหรับดื่มกิน มีฝาปิดโอ่งอย่างเรียบร้อยดูความเป็นอยู่ของท่านสมถะเป็นยิ่งนัก บริเวณรอบๆก็เต็มไปด้วยต้นไม้ ดูสงบร่มรื่นเต็มไปด้วยไก่บ้านและไก่ป่า ขณะที่คิดอะไรต่างๆ นานา ก็ได้ยินเสียงกระแอมกระไอมาจากป่า เป็นสัญญานให้รู้ว่า หลวงปู่ท่านกำลังเดินออกมาจากป่า หัวใจของผมเริ่มทำงานผิดปกติอึกครั้งสายตาก็จับจ้องไปที่เงาลางๆ ที่กำลังจะแทรกกายออกมาจากแมกไม้นานาพันธุ์แทบไม่กระพริบสายตา ใจเต้นระทึกยิ่งกว่ากลองสะบัดชัยประหนึ่งแม่ยกที่รอศิลปินในดวงใจ กำลังออกจากหลังฉากก็ปานนั้น ผ้าจีวรสีเหลืองเคลื่อนตัวตัดกับสีเขียวแห่งกิ่งและใบไม้ กำลังเด่นชัดขึ้นมาเรื่อยๆเรือนร่างของหลวงปู่ก็ปรากฏเด่นชัดแก่สายตา    ท่านนุ่งผ้าสบงด้านบนเปลื่อยเปล่ามีผ้าจีวรผาดบ่าซ้าย มือซ้ายถือเสียม ส่วนมือขวาถือถุงซึ่งบรรจุหัวเผือกแทบล้น ผมละสายตาหันมามองหน้าหลวงพ่ออีกครั้งเพื่อจะขอคำ"ยืนยัน " ท่านพยักห้าแล้วพูดว่า   "นี่แหละหลวงปู่" ผมหันหน้าไปมองหน้าท่านอีกครั้ง สายตาจับจ้อง สมองบัญชาการ จิตรายงานความรู้สึก"แรกพบประสบพักตร์" ดูท่านมีเสน่ห์เมตตาลุ่มลึก มีพลังตบะ อำนาจเดชา เร้นลับ แปลกมหัศจรรย์กว่าพระภิกษุ หลวงพ่อ ครูบาอาจารย์องค์อื่นที่เคยสัมผัสพานพบประสบ หลวงปู่ท่านเดินไปที่โอ่งน้ำข้างกุฏิ ก่อนที่จะวางเสียมและถุงเผือกไว้ข้างๆโอ่งน้ำท่านเปิดโอ่งอ่างน้ำล้างมือ ล้างหน้าก่อนที่จะเดินมาหา หลวงพ่อและผมที่รอคอยท่านอยู่ที่แคร่ไม้ไผ่เล็กๆ ใต้ร่มไม้ (ซึ่งคนที่เคยไปกราบท่าน จะทราบทันทีว่าเป็นดั่งห้องรับแขก V.I.P. ของหลวงปู่) มาหาอะไรกัน ? เป็นประโยคแรกที่หลวงปู่ทักทาย พาโยมมากราบหลวงปู่ครับ ส่วนผมเอาของมาให้หลวงปู่บรรจุให้ครับ หลวงพ่อตอบคำถามและแจ้งความจำนงค์"เอาไปไว้บนกุฏิเดี๋ยวจะทำให้" หลวงพ่อขอตัวนำวัตถุมงคลไปไว้ที่กุฏิปล่อยให้ผมกับหลวงปู่อยู่กันตามลำพัง หลวงปู่ถามผมว่าแล้วโยมล่ะมาหาอะไร ? ผมไม่ได้มาหาอะไรครับ ผมอยากมากราบหลวงพ่อครับ! พระดังๆ เยอะแยะทำไมไม่ไปกราบมากราบอะไรกับพระป่า บ้านนอก ขุดเผือกขุดมัน ไม่เห็นจะมีดีตรงไหน หลวงปู่กล่าวถ่อมตัวไว้อย่างน่ารักน่าชัง เป็นอย่างยิ่ง หลวงปู่ครับ หลวงปู่ชื่ออะไรครับ ?  "ชื่น"  แล้วฉายาล่ะครับ "ติคญาโณ" (ติคญาโณ  แปลว่าผู้มีญาณอันแก่กล้า) หลวงปู่ครับถ้าผมไปกราบพระจะทราบได้อย่างไรว่าท่านเป็นพระอริยะ ครับ ? ดูยากหน่อยน่ะ ถ้าภูมิธรรมเราต่ำ ท่านก็จะลดภูมิธรรมมาระดับเดียวกันกับเรา ถ้าท่านแสดงธรรมสูงไป เราก็ไม่เข้าใจนอกจากภูมิธรรมเสมอกันถึงจะรู้    แล้วหลวงปู่ให้องค์ภาวนาอะไรครับ? "สัมมาอรหัง" ผมนั่งสนทนาอยู่กับหลวงปู่สักพักใหญ่ท่านก็เดินขึ้นไปบนกุฏิ กลับมาพร้อมกับผ้ายันต์สีขาวใส่กรอบไม้เรียบร้อยเบ็ดเสร็จ ซึ่งเป็นผ้ายันต์ที่ท่านเขียนขึ้นเองกับมือท่านส่งมาให้ผม เอ๊า...หลวงปู่ให้ ใช้อย่างไรครับ ? ผมถามหลวงปู่ "ปราถนาอะไร ก็จุดธูปขอเอา เขาเรียกผ้ายันต์สิวลี จุดธูปบูชา 9 ดอก...เด้อ..."

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 19:11:41 | แสดงทุกชั้น


          และนั่นอันเป็นวัตถุมงคลอันทรงคุณค่าชิ้นแรกที่ผมได้รับจากมือหลวงปู่ชื่น เราทั้งสองได้พูดคุยเรื่องสัพเพเหระ ซักโน้น ถามนี่ประหนึ่งญาติ พ่อแม่ พี่น้องที่ไม่ได้พบเจอกันมานานแสนนานบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ปิติสุขเหลือล้นความรู้สึกนี้ทั้งผมและหลวงปู่ไม่แตกต่างกัน (จนหลวงปู่ท่านลืมฉันเพล) รู้สึกว่าวันนั้น พระกาลจะทำงานรวดเร็วเหลือเกิน ตะวันเคลื่อนคล้อยลอยต่ำ ย่ำสนธยา เหล่าวิหกนกกาบินมาไก่ขับขันตีปีก "คืนรัง" เป็นสัญญานเตือนว่าควรค่าแก่เวลาที่จะต้องกราบลา หลวงปู่ชื่นท่านจับมือผมไว้แน่นพร้อมกับพูดว่า "มาหา หลวงปู่อีกนะ" พร้อมกับพูดเตือนผมอีกว่า ขากลับถ้ามีใครโบกรถ ไม่ต้องจอดรับน่ะ  (ซึ่งก็เป็นจริงเหมือนที่ท่านกล่างเตือนทุกอย่าง) ครับ ผมตอบรับ"เอาเผือกไปกินซิ หลวงปู่ขุดไว้ให้" หลวงปู่เก็บไว้ทานเถอะครับ ผมเกรงใจ "ให้แล้วไม่เอาวันหน้ามาก็ไม่ต้องเอาอะไรอีก" หลวงปู่พูดจายื่นคำขาดผมเลยต้องรีบหิ้วถุงเผือกอย่างรวดเร็ว กลัวว่ามาวันหลังจะไม่ได้อะไรจากท่านอีกหลวงปู่เห็นผมหิ้วถุงเผือก ท่านมองและขำผมใหญ่เลยทางด้านหลวงพ่อ เมื่อเห็นผมจะลากลับ ท่านก็ลงมาจากกุฏิวันนั้นท่านเปิดโอกาสให้ผมได้ "สัมผัส" หลวงปู่อย่างเต็มที่ผมและหลวงพ่อกราบลาหลวงปู่และเดินไปขึ้นรถ มือหนึ่งของผมหิ้วถุงเผือกมืออีกข้างกอดผ้ายันต์แนบอก ผมเดินผ่านพุ่มไม้ เห็นแม่ไก่กกลูกไก่ ลูกไก่ตัวหนึ่ง มุดหัวออกมาจากปีกแมไก่ ดูแล้วรู้สึกว่ามันมีความสุขเหลือเกิน เมื่อเทียบกับผม ณเวลานั้น ผมและลูกไก่ตัวนั้น"มีความปิติสุขอบอุ่นไม่ต่างกันเลยจริงๆ"

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 19:12:13 | แสดงทุกชั้น
          เมื่อลาหลวงปู่ชื่นกลับผมได้แวะส่งหลวงพ่อที่วัด หลวงพ่อองค์นี้ท่านเคยได้วิชา"เสกเงี่ยงปลาดุก" จากหลวงปู่ชื่นท่านทำได้ขลังไม่แพ้หลวงปู่ชื่นเลยครับ ผู้ที่อยากได้ต้องนำเงี่ยงปลาดุกมา 1 คู่  ท่านจะบรรจุให้ เวลาจะใช้ให้เหน็บไว้กับฟัน ส่วนอีกชิ้นพกติดตัวไว้ว่ากันว่า เวลาพูดคุยเจรจากับใครแล้วจะทำให้เขาคิดถึงเรา ร้อนลน ทนอยู่ไม่ได้ดั่งมีอะไรมาทิ่มแทงอยู่ตลอดเวลาเคยเห็นกับตาครั้งหนึ่ง หลวงปู่ชื่น เคยเสกให้ผู้หญิงท่านหนึ่ง ที่มีแฟนเป็นชาวต่างชาติ  เมื่อกลับประเทศแล้วไม่ยอมกลับมาหาหญิงสาวท่านนี้อีกเลย ได้มาร้องห่มร้องไห้มาขอความช่วยเหลือจากหลวงปู่ หลวงปู่ได้เดินเข้าไปในกุฏิและนำเงี่ยงปลาดุกที่บรรจุใส่ตลับเล็กๆ ให้หญิงท่านนั้นเหน็บไว้ที่ฟันแล้วให้โทรไปหาแฟน ต่อหน้าหลวงปู่ ผลปรากฏว่าไม่ถึง 3 วันแฟนก็กลับมา วิชาเสกเงี่ยงปลาดุกเป็นมนต์คาถาที่ค่อนข้างรุนแรง มีทั้งคุณและโทษใช้ผิดทางครูบาอาจารย์ท่านสาปไว้แรงมากเป็นศาสตร์ที่มีอยู่จริง จึงขอบันทึกไว้ ให้ทราบ หลวงปู่ชื่นท่านเคยทำให้ผมหนึ่งคู่พร้อมกับไม้สาริกาหลงรัง ไว้สำหรับติดต่อเจรจาเข้าหาผู้ใหญ่ ในการหา ผ้าป่า ซึ่งก็เห็นผลอย่างมหัศจรรย์เหลือเชื่อ ต่อมาเพื่อนได้ยืมไปใช้ เพื่อนผมคนนี้ก็ "เหี้ยม" ชนิดไม่มีม.ม้า เอาไปใช้ผิดทาง จนหลายๆ คนเดือดร้อน ผู้หญิงบางคนหมดเนื้อหมดตัวเลยก็มีสุดท้ายก็หนีเวรกรรมไม่พ้น ครอบครัวแตกแยก เมียก็เลิก ลูกก็หนี ทำงานใดๆก็หาความเจริญไม่เจอ ผมไม่ได้ขายเพื่อนนะครับ เพียงแต่อยากบันทึกไว้เป็น"อุทาหรณ์"  

          ส่งหลวงพ่อเสร็จผมก็รีบเดินทางกลับบ้าน กว่าจะถึงบ้านก็เกือบ 21.00น. เมื่อถึงบ้านก็เก็บถุงเผือกและผ้ายันต์ รีบอาบน้ำแต่งตัวเข้าห้องพระ"สวดมนต์ทำสมาธิ" เพราะกำลังฟิตจากคำแนะนำการปฏิบัติกรรมฐานที่หลวงปู่ชื่นสอนจะเป็นด้วยความอิ่มเอิบปิติสุขมาทั้งวันจาก   "แรกพบประสบพักตร์" หรือปล่าวไม่ทราบแน่ชัด วันนั้นนั่งสมาธิได้นานมากจิตมีความสงบ ชุ่มชื่นปิติสุขตลอดเวลา ก็เลยเอา "สติมาพิจารณาสุข"เกิดขึ้น ทรงไว้ และก็ดับไป ใดๆในโลกล้วน "อนิจจัง" ขณะที่กำลังซาบซึ่ง และดื่มด่ำกับรสพระธรรมไม่รู้ว่ายุงเจ้ากรรมมาจากไหนไม่ทราบตก 10 กว่าตัวเห็นจะได้บินมากัดซ้ายกัดขวา ซัดหน้า เจาะหลัง บางครั้งยังบินมาแถวๆ รูหู เป็นของแถมให้อีกผมพยายามรวบรวมกำลังใจ ใช้สติเตือนตัวเอง"เรากำลังทำหน้าที่ของเราคือการทำสมาธิ ยุงก็กำลังทำหน้าที่ของยุงคือดื่มเลือดเป็นอาหารเราจะไม่ลุก เราจะไม่ขยับ เราจะไม่เลิก" โอ้....แม่เจ้า !มันอะไรกันนี่เกิดจากท้องแม่มา ไม่เคยมียุงหน้าไหนกัดได้ถึงทรวงสะท้านไปถึงใจแบบเร้าอารมณ์ขนาดนี้ "ทั้งแสบทั้งคัน"อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิต จนใจอ่อนท้อแท้ แลจะยอมจำนนเลยยกเอาคำสุภาษิตที่ว่า "ยุงมันร้ายกว่าเสือ" เพื่อจะได้เอามาเป็นข้ออ้างในการถอนสมาธิว่างั้นเถอะเพราะวันนั้นยุงทั้งหลายเขาทำหน้าที่ขยันขันแข็งกันเหลือเกิน  ประมาณเวลาก็เกือบครึ่งชั่วโมงที่ทนทุกข์ทรมานไปกับยุง (เวลาสุขนานเพียงไรก็เหมือนสั้น เวลาทุกข์สั้นเพียงใดก็เหมือนนาน) ขณะที่กำลังจะ"ยอมยกธง"

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 19:12:43 | แสดงทุกชั้น
          อยู่ๆก็มีความรู้สึกว่ามีกระแสลมมาปะทะร่างกาย เหมือนมีใครมานั่งพัดให้ใกล้ๆ เพียงชั่วครู่อาการที่เสวยทุกขเวทนาที่เกิดแห่งยุงก็หายไป จิตกลับมาทรงปิติสุขอีกครั้ง "ที่น่าแปลก"ยุงและอาการ แสบ....คัน....โคตร.... มันหายอย่างปลิดทิ้ง ชนิดที่ว่ายาแก้แมลงสัตว์กัดต่อยยี่ห้อใดๆในโลกายังต้องชิดซ้าย เมื่อถอนจากสมาธิ ได้เข้านอน กว่าจะนอนหลับก็แทบแย่เพราะจิตมันยังคิดถึง "หลวงปู่อยู่มิจาง" และตั้งใจไว้ว่าพรุ่งนี้จะไปหาท่านอีก  

          รุ่งเช้าของวันใหม่ ผมตื่นตั้งแต่เช้ามืด รีบอาบน้ำ แต่งตัว เข้าตลาดไปหาซื้อกับข้าวอาหารผลไม้คาวหวาน ตั้งใจจะไปถวายอาหารหลวงปู่ชื่นให้ทันฉันท์เช้า อยากให้หลวงปู่ได้ฉันท์อาหารดีๆบ้างและอีกอย่างถ้าเดินทางไปช่วงเช้าจะได้มีโอกาส อยู่สนทนากับหลวงปู่นานๆ"เริ่มออกเดินทาง"โดยไม่ลืมเด็ดขาดที่จะไปรับหลวงพ่อที่วัด แต่การเดินทางไปนมัสการหลวงปู่ชื่นในครั้งนี้มิได้มีการนัดหมายกับหลวงพ่อไว้ก่อนล่วงหน้า เลยไม่ทราบว่า ท่านจะอยู่วัดหรือมีกิจนิมนต์อย่างอื่นก็มิอาจทราบได้ แต่ก็ต้องแวะเข้าไปดู ถึงผมไม่ใช่เลือดสุพรรณ แต่ก็ยังถือคติ  "มาด้วยกัน ไปด้วยกัน" เมื่อรถมาถึงกุฏิหลวงพ่อ กุญแจกุฏิปิดสนิทสอบถามพระในวัด จึงทราบว่า ลูกศิษย์ของท่านมารับไปและไม่ทราบว่าจะกลับมาตอนไหนซะด้วย เอาแล้วงัย! มาด่านแรก"แห้วรับประทาน" ซะแล้ว! ความคิดเลยบรรเจิด เตลิด เปิดเปิง   ถึง "แห้วถุงใหญ่" ที่วัดตาอี ถ้าไปแล้วไม่เจอหลวงปู่ชื่น.....ล่ะ? ....  ดูที.... รึ !....เราคงโดนสองแห้วเป็นแน่แท้ ใจหนีขวัญหาย....กำลังใจเหลือไม่ถึงร้อย "คิดจะถอย"แต่พอมองอาหารที่บรรทุกมาในรถ "จิตมันคิดเห็นภาพ" หลวงปู่ชื่นกำลังฉันท์อาหารเหล่านี้! ตัดสินใจเด็ดขาด เป็นงัยเป็นกัน ต้องรีบไปให้ทัน  "ฉันท์เช้า"  เดี๋ยวจะไม่ทันกาล จึงรีบบึ่งรถออกจากวัดหลวงพ่อมุ่งหน้าสู่เป้าหมายปลายทาง ด้วยความเร็ว 140 ก.ม./ช.ม.ตลอดเวลาที่ขับขี่ ในหัวสมองก็คงครุ่นคิด ถึงหลวงปู่ชื่นต่างๆ นานาและไม่รู้ว่าท่านจะอยู่วัดหรือปล่าว ! ถ้าท่านไม่อยู่ เราจะจัดการกับอาหารนี้อย่างไร!และที่สำคัญ เราจะไปทันฉันท์เช้าหรือไม่ (ก็พระทางชนบทท่านจะฉันท์เช้าเร็วกว่าพระในตัวเมือง)ได้แต่ตั้งจิตมั่น "อธิฐาน" ลึกๆในใจดังๆ ว่า"ขอให้อยู่ทีเถอะ" และด้วยศรัทธาอันแรงกล้า แห่งบุญในกาลครั้งนี้สิ้นคำอธิฐานพักใหญ่ๆ รถที่ผมขับมามีอาการ "โคลงไป โคลงมา"อย่างน่าอัศจรรย์

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 19:13:07 | แสดงทุกชั้น
        ความคิดของผมณ เวลานั้น มันปิติมาก หรือนี่! จะเป็นกระแสแห่งพลังจิตของหลวงปู่ชื่น ที่รับรู้คำอธิฐานแห่งเรายิ่งคิดถึงคำบอกเล่าจากหลวงพ่อว่า หลวงปู่ชื่น ท่านสามารถอ่านความคิดของคนและสัตว์ได้ ไม่ว่าไกล้หรือไกล  มันตอกย้ำ ศรัทธา แทบสนิท ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งกิโลเมตรกระแสแห่งพลังจิต ยังคงแผ่มาอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยถอยลงไปเลย ตรงกันข้ามกลับทวีความรุ่นแรงขึ้นอีกมากจนถึงขั้นพวงมาลัยรถสั่นเลยครับ! ถ้าเป็นคุณเจอเหตุการณ์เช่นผม คุณจะรู้สึกอย่างไร?ผมลองชลอความเร็วลงจาก 140 เหลือ 80 การสั่นโคลงของรถ ก็ยังมีอยู่ ผมชักนึกแปลกใจ ว่าทำไม "กระแส" ถึงรุนแรงถึงเพียงนี้ เลยตัดสินใจขับรถชิดซ้ายไหล่ทาง เมื่อรถจอดสนิท อาการต่างๆ จึงหยุดกลับคืนสู่สภาพปกติ แต่ยังครับยังไม่จบแค่นั้น

          เมื่อผมกดบานกระจกประตูรถลง "ผมแทบผงะ" กลิ่น....ครับ....กลิ่น....มันเหม็นมาก...ก...ก...ก...!!!!!!!แถมกลิ่นมันยังคุ้นๆ เหมือนเคยประสบพบเจอมันมาแล้ว แต่นึกไม่ออก จึงตัดสินใจลงจากรถเพื่อจะตามหาที่มาแห่งกลิ่น จนเมื่อผมพบ "ต้นตอ" ผมอยากจะร้องไห้และหัวเราะในเวลาเดียวกัน  พร้อมกับอุทานจนลั่นทุ่งนาข้างทางว่า ปัดโธ่....เว้ย....! ยางมันแตกโถ...ๆ....ๆ หลงนึกว่าอิทธิปาฏิหาร์ยมาตั้งนาน

          เอาล่ะ....!   ในเมื่อยางรถแตกเช่นนี้จึงอยากจะลองวิชา ที่เคยร่ำเรียนมาจากครูบาอาจารย์ ที่เคยทำได้และได้ผลแทบทุกครั้ง จึงสำรวมจิต ว่านะโม 3 จบตามด้วยสุดยอดพระคาถา.....................

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 19:13:20 | แสดงทุกชั้น
"อัตตาหิอัตตาโน นาโถ" (ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน) เมื่อว่าคาถาจบ ได้ผลทันทีครับ! ปัญญาคือ ปาฏิหารย์

                         แม่แรง คือ อิทธิฤทธิ์   

                         ไขควง คือ ความศักดิ์สิทธิ์   

                         ยางอะไหล่ คือ สิ่งมหัศจรรย์   

                         กำลังกาย คือ ความสำเร็จ
   
เรียบร้อยครับ! ร่ายถาคาไปเสียยาวเสียเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงธาตุไฟแทบแตก เสียเหงื่อไปไม่ใช่น้อย จับจ้องมองนาฬิกา เกือบจะ 08.00 น. อยู่ร่ำไร มองระยะทางอีก 30กิโลเมตร ประมาณกาลถึงวัดตาอีไม่น่าเกิน 08.30 น. (ถ้าไม่มีเหตุอันใดมารบกวน)รถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน คนขับพร้อม จะจอดอยู่ทำไมก็ไปต่อเลยครับ รถได้แล่นต่อไปอีกชั่วระยะเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะถึงเป้าหมาย และคิดว่าคงหมดหวังที่จะถวายอาหารเช้าแน่ ถ้าไม่ทันก็ถวายเป็นอาหารเพลก็ได้นี่!  ไหนๆ ก็ตั้งใจมาแล้ว ขับรถอยู่ชั่วครู่ก็ถึงวัดตาอีได้นำรถเข้าไปจอด ณ จุดเดิม แม้จะเคยพบหลวงปู่มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่อาการ"ตื่นเต้น" หาได้ลดน้อยถอยลงไปไม่ ยังคงรักษามาตรฐานอย่างคงเส้นคงวา..............และเมื่อสายตาแลเห็นพระภิกษุท่านหนึ่งกำลังล้างบาตร นั้นหมายความว่ากาลแห่ง "ฉันท์เช้า" ได้สิ้นสุดลงแล้วอาการร้อนรนผสมเสียใจเล็กๆ มันแทรกแซง บดบัง อาการตื่นเต้นเสียมิดชิด เลยต้องรีบหิ้วสัมภาระ มุ่งสู่กุฏิหลวงปู่ชื่น มองไปกุฏิก็เห็นกุฏิเปิดอยู่ทำให้ใจชื่นขึ้นมาหน่อย เห็นหลวงตาแรม เดินไปเดินมาหน้ากุฏิเมื่อท่านเห็นผมหิ้วของ เต็มสองมือ ท่านเลยรีบเดินมาช่วยถือของ ทั้งๆที่ร่างกายสังขารท่านไม่ดี แต่น้ำใจของหลวงตาแรมต้อง "ยกนิ้วให้ครับ"ก่อนที่ผมจะอ้าปากถาม ว่าหลวงปู่อยู่ไหม?  ยังไม่ทันได้พูดหลวงตาแรม ชิงพูดตัดหน้า มันเป็นประโยคที่ทำให้ผมต้อง ทึ่ง + งง  "ทำไมมาช้าจังหลวงปู่รอโยมอยู่" จะไม่ให้ทึ่งได้อย่างไรในเมื่อไม่มีการนัดหมายในการมาครั้งนี้ แต่อีกใจก็คิดเผื่อไปว่าสงสัยท่านคงนัดคณะศรัทธาอื่นมาถวาย อาหารเช้า

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 19:13:53 | แสดงทุกชั้น
        ครั้งหนึ่ง มีลูกศิษย์ของหลวงปู่ชื่นท่านหนึ่งไปทำผิดอะไรผมก็ไม่จำไม่ได้เสียแล้ว โดนตำรวจจับ หลวงปู่ชื่นท่านทราบท่านได้เดินทางมาดูที่โรงพัก หลวงปู่ท่าน โดนตำรวจกล่าวติเตียนต่างๆ นาๆหาว่าดูแลสั่งสอนลูกศิษย์ไม่ดี ทำเช่นนี้ มันติดคุกยาวแน่หลวงปู่ท่านก็ก้มหน้ารับฟัง ก่อนที่จะย้อนถามตำรวจ ท่านนั้นไปว่า"ถ้าเป็นลูกโยม โดนอย่างนี้ โยมจะมาดูไหม" พร้อมกับชี้นิ้วไปที่ลูกศิษย์ที่อยู่ในกรงทองว่า"ไอ้...นั่นมันลูกศิษย์กู จะให้กูทิ้งมันได้อย่างไร มันเป็นลูกศิษย์กู กูว่าวันพรุ่งนี้มันต้องออกว่ะ  มึงเชื่อกูไหม?" เมื่อลูกศิษย์ ได้ยินหลวงปู่กล่าวเช่นนั้น  ปล่อยโฮ....ออกมาจนน้ำตาแทบท่วมกรงทอง และร้องตะโกนบอกหลวงปู่ว่า"หลวงปู่ครับ ช่วยผมด้วย ผมผิดไปแล้วครับ" หลวงปู่จ้องมองลูกศิษย์ด้วยความเวทนาหลังจากนั้น หลวงปู่ได้เดินทางกลับวัด

         รุ่งเช้าวันใหม่ อยู่ๆ คู่กรณีเห็นว่าเป็นเด็ก ใจอ่อนอย่างไงไม่ทราบเกิดยอมความกันเสียเฉยๆ เสียอย่างไง! ลองเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงดังๆ สมัยนี้ถ้าลูกศิษย์ป็นเช่นนี้ คงจะพูดว่า "มันไม่ใช่ศิษย์กู!กูไม่ได้รู้จักมัน!" และจะกล้าไปเยี่ยมลูกศิษย์อย่างหลวงปู่ชื่นหรือปล่าว.....หนอ..!  ในโลกนี้....อาจารย์ที่รักลูกศิษย์อย่างหลวงปู่ชื่นจะมีสักกี่คน? เคยถามหลวงปู่ว่า "หลวงปู่ครับ หลวงปู่ช่วยลูกศิษย์ที่ถูกจองจำด้วยวิธีไหนครับ?" ท่านบอกว่า ก็ใช้คาถาบท  ".........." การที่จะสำเร็จช้าหรือเร็วอยู่ที่กรรมหนัก หรือเบา หรือจะตอกย้ำอีกซักเรื่อง.....

         ครั้งที่ลูกศิษย์ของท่าน จะไปกราบท่าน ลูกศิษย์ได้โทรศัพท์ไปบอกชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆวัดว่า"จะไปหาหลวงปู่" ให้ไปบอกหลวงปูที แต่ชาวบ้านที่รับฟังโทรศัพท์ยังไงไม่ทราบ จากคำว่า "จะไปหา" กลายเป็นว่า"จะเปิดร้านอาหาร" และด้วยพื้นฐานแห่งการรักลูกศิษย์เป็นทุนเดิม หลวงปู่ท่านได้นำผ้าขาวมาลงยันต์เพื่อมอบให้ลูกศิษย์ไว้ติดร้านเพื่อเป็น "ศิริมงคล"แต่ยันต์ที่ท่านทำวันนั้น อักขระเยอะมาก เมื่อลูกศิษย์เดินทางมากุฏิ ภาพที่เห็นคือ หลวงปู่ท่านนอนหลับคาผ้ายันต์ มือข้างขวายังคงถือปากกาไว้แน่น..!  และเมื่อท่านรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ท่านก็รีบเขียนมายันต์ต่อทันที (ทราบว่าวันนั้นหลวงปู่ท่านไม่สบาย) เมื่อลูกศิษย์เห็นเช่นนั้น จึงเรียนถามหลวงปู่ไปว่า"หลวงปู่ครับ ตั้งใจทำผ้ายันต์จัง  จะลงไว้ให้ใครครับ?"หลวงท่านตอบว่า  "ลงไว้ให้เอ็งไง"  
ไหนเห็นอีแตนมันมาบอกว่า "เอ็งจะเปิดร้านอาหาร"ปล่าวครับ ผมโทรศัพท์มาบอกว่า "จะไปหา"  ไม่ใช่  "จะเปิดร้านอาหาร"หลวงปู่ท่านมองหน้าลูกศิษย์ท่านนั้น พร้อมกับอมยิ้ม และกล่าวคำว่า  "อ้าว...เป็นงั่น...รึ" ก่อนที่ศิษย์กับอาจารย์จะสบตากันแล้วพร้อมใจกันหัวเราะจนลั่นกุฎิ (ศิษย์คนนั้นก็คือฉันนี่เอง...ครับ) ผ้ายันต์ผืนนี้ ปัจจุบันผมเก็บรักษาไว้อย่างดีผมตั้งชื่อผ้ายันต์ผืนนี้ว่า "ผ้ายันต์จะไปหา"ส่วนหลวงปู่ชื่นท่านเรียกว่า "ผ้ายันต์เปิดร้านอาหาร"

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 19:14:14 | แสดงทุกชั้น
          เห็นแต่ชาวบ้านมารุมดูกันมากถ้าล้อมผ้าเก็บเงินคงจะได้มาก! ฝรั่งมันยังมาดูเลยหลวงปู่ท่านตอบ โอ้..โห.. ดังไปไกลถึงเมืองนอกเลย..หรือ..ครับ? ไม่ใช่ด๊อก...ฝรั่งมันมาได้เมียแถวนี้ เมียมันพามาดู! แล้วชาวบ้านเขาเห็นเป็นอะไรหรือครับ หลวงปู่? เห็นเขาว่าเป็นงูใหญ่ๆบ้างเห็นเป็นปลาตัวใหญ่ๆบ้าง  

          เอ๊า...ไป!...เดี๋ยวหลวงปู่จะพาไปดูที่สระน้ำหลวงปู่ท่านลุกขึ้น และเดินนำหน้าซึ่งผมก็ลุกตามและได้เดินไปติดกับหลวงปู่ ไม่ถึง 2 นาที หลวงปู่กับผม ก็มายืนที่ขอบสระ ในวันเวลานั้น น้ำในสระ"ใส...สงบ...นิ่ง" กว่าปกติที่เคยเป็นจนสามารถมองทะลุลงไปเห็น ปลาแหวกว่ายในวารีได้อย่างถนัดตาเมื่อผมเห็นโอกาส ที่จะได้คำตอบมาเฉลยความใคร่รู้อยู่แค่เอื้อมก็  "รุก"  ต่อทันที หลวงปู่ครับ.....ที่ชาวบ้านเขาเห็นกัน เป็นงูโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำเลยเหรอ...ครับ?  ไม่...ด๊อกเขาเห็นอยู่ใต้ผิวน้ำ เป็นเงาลางๆแล้วสรุปว่าสิ่งนี้มีมานานแล้ว หรือว่ามีคนทำไว้ ครับ? (เป็นที่สุดแห่งคำถาม)และผมก็รอลุ้นคำตอบจากหลวงปู่ ท่านหันมามองหน้าผม อยู่สักพักก่อนที่จะย้อนถามผมขึ้นมาว่า"แล้ว...โยมว่าเกิดขึ้นเอง หรือ ทำขึ้นมาล่ะ?ผมก็เลยรีบตอบหลวงปู่ไปว่าถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นเอง แสดงว่า เขามีบารมีมากพอที่สามารถแสดงฤทธิ์ได้อย่างน่า...ทึ่ง ครับ! แต่ถ้าเป็นฝีมือมนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมาต้องถือว่า คนๆ นั้น ต้องไม่ธรรมดา ต้องเป็น"คนเหนือเทวดา" อย่างแน่นอน ใช่..ไหมครับหลวงปู่!

          เมื่อหลวงปู่ท่านเห็นผมตอบเช่นนี้ท่านหัวเราะชอบใจใหญ่ ก่อนที่จะถามผมอย่างผู้รู้แจ่มแจ้งในฌานวิสัยอีกว่า "ในเมื่อเองรู้เรื่องทั้งหมดดีแล้วแต่ต้นแล้วจะมาถามหลวงปู่...ทำไม...อีก" หมายความว่าหลวงปู่เป็นคนทำขึ้นหรือครับ? หลวงปู่ท่านพยักหน้า แทนคำตอบ ผมก็เลยโล่งอกที่ความสงสัยได้ลดลงไปอีกข้อ หลวงปู่ชื่นท่านได้มองลงไปในน้ำที่ใสสะอาด สงบ นิ่ง ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า "จิตกับน้ำก็คล้ายๆกัน จิตที่ยังไม่ได้ฝึก ก็เหมือนน้ำขุ่นที่เต็มไปด้วยคลื่นกำหนดดูอะไรก็มืดมัว ส่วนจิตที่ฝึกมาดีแล้วมันเหมือนน้ำใสในเวลานี้ จะกำหนดดูอะไร ก็รู้ ก็เห็น"เป็นคำพูดลอยๆ ที่ออกมาจากปากหลวงปู่ แต่มิใช่คำพูดลอยๆ ที่ไร้สาระ มันแฝงธรรม ให้ผมรับรู้ และน้อมนำไปพิจารณาหลวงปู่ท่านได้พูดขึ้นมาอีกว่า "เมื่อคืนแปล๊ก...แปลก...เห็นเด็กใส่ชุดขาวมันนั่งสมาธิ โดนยุ่งเจ้ากรรม นายเวร มารุ่มกัด หลวงปู่สงสารมัน เลยเอาพัดไล่ยุ่งให้"

          หลวงปู่ท่านหันมามองหน้าผมพร้อมกับอมยิ้ม ผมได้แต่ยืนนิ่งเงียบ ไร้คำพูด ใดๆในเวลานั้น หลวงปู่กับผมสบตาอย่างรู้กัน "มันเป็นดั่งภาษาสวรรค์ที่สองเรานั้นรู้กันก็พอ"

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับได้ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

กฎเครดิตของบอร์ดนี้

ติดตามบัญชีทางการ

หากพบการละเมิดลิขสิทธิ์ รายงาน ปัญหา หรือข้อเสนอแนะ โปรดส่งอีเมลมาที่: support@discuzth.com

Powered by Discuz! X5.0 © 2001-2026 Discuz! Team.

ในบอร์ดนี้โพสต์
ติดตามบัญชีทางการ
กลับขึ้นบน