|
~.อ้อมกอดสุดท้าย.~
หลวงปู่ชื่นท่านเป็นพระเก่งมากบารมี
แต่ชอบเก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงกับใคร
เรื่องความรักความเมตตาที่มีต่อศิษย์มากมายเหลือคณานับดั่งมหาสมุทรที่ไร้ฝั่ง
เคยมีเด็กญ. แถวๆวัด เกิดมาไม่ค่อยแข็งแรงนัก ทราบมาว่าเป็นโรคโปลิโอ
หลวงปู่ก็ใช้พระเวทพระมนต์รักษาจนหาย
ไปแข่งตะกร้อโรงเรียนหลวงปู่ท่านก็เมตตาลงยันต์ที่เท้าให้จนได้แชมป์
เด็กคนนี้เมื่อก่อนมักจะมาส่งข้าวให้หลวงปู่อยู่เสมอ
หลวงปู่ท่านก็ให้เงินไปโรงเรียนเป็นค่าตอบแทน
ซื้อโทรทัศน์โทรศัพท์ให้
หลวงปู่ท่านไปไหนมาไหนกลับมาก็มีของมาฝากเสมอ
สืบต่อมาแม่เด็กคนนี้ล้มป่วยเป็นมะเร็งหลวงปู่ท่านก็ให้ผมไปหาโน่นนี้นั่น ตามที่ท่านสั่งเพื่อจะมารักษา แต่ก็ไม่ดีขึ้น
หลวงปู่ท่านว่า..แกหมดอายุขัยแล้วต่อไม่ติด
ฝ่ายทางลูกสาวผู้ป่วยก็วิ่งไปหาหมอดูที่ร่ำลือกันเป็นยิ่งนักว่า..
หมอดูตาทิพย์แม่นยำฉมังสุด
หมอดูแกว่า..
อีก3 วันผู้ป่วยก็จะสิ้นใจ
ลูกสาวถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวการพลัดพรากศาสดาท่านว่า..
เป็นเรื่องธรรมดาไม่จากวันนี้วันหน้าก็ต้องพราก
แต่คนสมัญชนคนธรรมดาๆอย่างเราๆ ท่านๆ ไม่ได้ถูกฝึกจิตถึงขั้นอริยะบุคคล
การสูญเสียของอันเป็นที่รักแห่งตน
จึงเป็นเรื่องที่ทรมานจิตใจเป็นยิ่งนัก
ดั่งวลีที่ว่า..
ไม่เจอกับตัวเองไม่รู้หรอก
เพื่อให้ผู้อ่านจิตตนาการให้เห็นภาพได้ชัดขอยกตัวอย่างสมมุติ..
วันเวลาดังนี้ครับ..
สมมุติว่า..ไปดูหมอวันอาทิตย์
หมอดูบอกว่า..
อีกสามวันแม่จะสิ้นใจหมายความสมมุติว่า..
วันพุธแม่จะเสีย
เผอิญวัน ศุกร์ จะเป็นวันครบรอบวันเกิดของลูกสาว
ทางลูกสาวจะมาเล่าเรื่องราวที่ไปดูหมอมาเล่าให้หลวงปู่ฟัง
หลวงปู่ท่านว่า..จริงของเขา
ให้อีนางทำใจนะอย่างไงหลวงปู่ก็ไม่ทิ้งเอง
หลวงปู่เจ้าขา..อย่างไงหนูขอให้แม่มีอายุถึงวันเกิดหนูนะเจ้าค่ะ
หลวงปู่ท่านนั่งเงียบ
ไม่มีใครล่วงรู้และทราบได้ว่า..
ท่านกำลังคิดอะไรอยู่.
ก่อนที่ท่านจะพูดขึ้นมาว่า..
อีนางเอ็งกลับบ้านไปดูแม่เถอะ
คืนนี้หลวงปู่จะลองขอเขาให้
ค่ำคืนของวันพุธ
ตามกำหนดการที่พญามัจจุราชท่านกำลังทำหน้าที่ของท่าน อย่างเที่ยงตรง สมบูรณ์
อาทิตย์อัสดงนกหนูกาไก่ เริ่มกลับรัง
ล่วงเลยเวลามามากกว่า3 ช.ม.
ความมืดมิดปกคลุมไปทั่ว
มีเพียงแสงจันทร์และเเสงไฟน้อยๆ
จากหลอดนิออนเล็กๆดวงหนึ่ง
ลอดแสงมาจากร่องกุฎิเล็กๆหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่มุนหนึ่งของป่าช้า
เสียงหรีดหริ่งเรไรร้องระงมมาชมแสงจันทราว่าเพลานอน
แต่หลวงปู่ท่าน..นั่งรอเวลา
รออะไรสักอย่าง
เพื่อจะทำพิธีการสำคัญบางอย่าง
ด้วยอาการเตรียมพร้อมเสมอ
ราตรีนี้มีเราเพียงสองคนผ่านความทุกข์ทน
ตรากตรําทํางานเพื่อปลดปล่อยบ่วงทุกข์แก่เวไนยะ
นอนเถิดลูกหลานรักพักผ่อนให้สบาย ...
หลวงปู่ชื่นจักปกป้องดูแล
ห้วงเวลาแห่งเวลาที่รอคอยก็บังเกิดขึ้น
เมื่อหริดหริ่งเรไรเงียบเสียงลงอย่างผิดปกติ
ซึ่งแปลกไปจากก่อนหน้านี้
ความสงบเงียบวังเวง จนรู้สึกได้
ไม่มีแม้นกระทั่งสียงลมกระทบใบไม้
ก่อนที่จะได้ยินแสงนกแสกร้องก้องอากาศ
บินตัดวัดมุ่งตรงไปทางบ้านผู้ป่วย
หลวงปู่ท่านรู้ฤกษ์พระกาฬจร
ท่านจึงทราบว่า.
วันไหน เวลาใดพระกาฬจะจรมาจากทิศไหน
สิ้นเสียงร้องของนกแสก
อีกหนึ่งพญานกแห่งรัตติกาล
ที่โบราณเชื่อว่าเป็นพาหนะของพระกาฬเจ้า
หลวงปู่ชื่นท่านจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
ก่อนจะนั่งสมาธิไม่ไหวติง
ทันทีทันใดวินาทีนั้นเอง
อากาศก็กลับพลันป่วนแปรอีกครั้ง
จากก่อนหน้าที่เงียบสงบจนเเทบจะได้ยินเสียงหายใจของตนเอง
ก็บังเกิดกระแสลมดั่งพายุโหมกระหน่ำ
เสียงใบไม้ต้องสายลมทอดเสียงดังเกรียวกราวไปตามทิศทางลม . สนั่น, ดังลั่น,
เสียงอื้ออึงหวีดลั่นเซ็งแซ่ ไปทั้งคุ้งป่าช้า
ประหนึ่งดั่งว่า..
พระกาฬทรงพิโรธที่มีใครมาขว้างภาระกิจอันเที่ยงธรรมของท่าน
ส่วนหลวงปู่ชื่นท่านก็ยังคงนั่งสมาธิสงบนิ่งเยือกเย็น แต่ดูทรงพลังกล้าแข็งดุจหินผา
เปลวเทียนต้องลมจากลมพายุที่ลอดผ่านเข้ามาในกุฎิ
ดูที..รึ..!!
พระเพลิงบนยอดเทียนส่ายไปเอียงมาแสง ไฟ ริบ ห รี จะ ดับ แหล่ มิ ดับ แหล่ ฉาย ไป จน เห็น
ร่างของหลวงปู่ชื่นที่ต้องแสงเทียน สว่าง สลัว สลับกันไปมา ตามแสงของไฟเทียน
ที่บางทีก็ริบรี่บางทีก็สว่าง ด้วยกำลังของลม
ดูช่างน่าระทึกเป็นยิ่งนัก
เวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ไม่ได้จดจำ
ความสงบก็กลับมาอีกครั้ง
เสียงหรีดหริ่งเรไรก็เริ่มส่งเสียงขานรับกันไปมาอีกครั้ง
จากน้อยไปหามากจนเสียงดังลั่นไปทั่ว อีกครั้ง
เปลวเทียนที่ไหวไปมาก่อนหน้าก็สว่างสงบลุกโชติช่วง ดั่งเดิม
ให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมามากโข
หลังจากนั้นหลวงปู่ท่านก็ถอดสมาธิก็ที่จะเข้าห้องจำวัตร
รุ่งเช้าของวันใหม่
ผมก็ไม่ได้คุยอะไรกับท่านแม้นจะมีคำถามมากมายในหัวสมองจากเหตุการณ์เมื่อคืน
ของบางอย่างเราต้องรู้กาลรู้วาระที่เหมาะสม
บางทีบางเรื่อง บางครั้งบางคราว
เราก็ไม่จำเป็นต้องรับรู้ในทันทีทันใดก็ได้
หลวงปู่เป็นพระที่แปลกอยู่อย่าง
เวลาอยากรู้ บางครั้งท่านก็ไม่บอก
แต่พอหมดอยากท่านกลับเล่าให้ฟัง
ผมอยู่กับหลวงปู่ตลอดไปไหนไปกันทำไมจะไม่รู้นิสัยใจคอซึ่งกันและกันดี
ตอนนั้นผมคาดการณ์เอาเองว่าต้องสำเร็จแน่
ผลคือผู้ป่วยไม่หมดลมตามที่หมอดูตาทิพย์ทำนายไว้
ล่วงเลยมาถึงวันครบรอบคล้ายวันเกิดของเด็ก ญ.
เค้าได้มีโอกาสอยู่กับมารดา
ได้กอดมารดาอย่างมีความสุข
ถึงจะเป็น..
อ้อมกอดสุดท้ายของคนทั้งสอง
มันช่างมีความสุขเป็นล้นพ้นเกินจะบรรยาย
ก่อนที่รุ่งเช้าวันต่อมามารดาจะลาลับอย่างไม่วันหวนกลับ
ความลับเรื่องนี้ทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีใครทราบว่า.
ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของการขอบิณฑบาตต่อรองกับพญามัจจุราชไว้
มีผมเท่านั้นที่ทราบว่าแผ่นทองเปลวแห่งเมตตา
ที่ปิดหลังพระครั้งนี้
ใครเป็นคนปิด
#.ขอให้เจ้านั้นสุขใจหลวงปู่ก็มีความสุขแล้ว.#
สัจธรรม เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดา.
“พักผ่อนเสียบ้างเพราะว่า ถึงเราจะทำไปมากมายสักเท่าใด ก็เท่านั้นแหละ เมื่อถึงเวลาเข้าจริงๆก็เอาอะไรไปไม่ได้ แม้แต่สักชิ้นเดียว เราต้องทิ้งไว้ในโลกนี้เท่านั้นจึงควรมีการพักผ่อน.”
หลักพิจารณา๕ ประการ: “ อภิณณหปัจจเวกขณะ ”.
เรามีความแก่เป็นธรรมดา...หนีความแก่ไปไม่พ้น.
เรามีความเจ็บเป็นธรรมดา...หนีความเจ็บไปไม่ต้น.
เรามีความตายเป็นธรรมดา...หนีความตายไปไม่ต้น.
เราจะต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ที่ชอบใจเป็นธรรมดา...เราหนีจากกฎเกณฑ์ข้อนี้ไปไม่พ้น.
เราทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว...เราจะหนีจากผลที่เราได้ทำไว้ไม่ได้เด็ดขาด.
“การทำตามคำสอนของตถาคตก็คือ ไม่โกรธในการประทุษร้ายของโจรคนนั้น แม้เขาจะเลื่อยขาเราก็ยังไม่โกรธ เรามีความควบคุมจิตใจได้ เราอดได้เราทนได้เรายิ้มรับกับเหตุการณ์ได้ นั่นแหละชื่อว่าได้ ปฏิบัติตามคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า.”
“เธออย่าไปยินดียินร้าย กับคำพูดของคนใดๆ เขาพูดชมเราก็อย่ายินดี พูดติเราก็อย่ายินร้าย.”
“พระพุทธเจ้าท่านว่าไว้ดีนา บอกว่าใครมาด่าใครคนหนึ่ง แล้วใครคนนั้นโกรธด่าตอบอีกคน คนที่ด่าทีหลังเลวกว่าคนแรก .”
“อุดมการณ์ของชีวิตไว้ว่า เราเกิดมาเพื่อความดี เราอยู่เพื่อความดี เราจะคิดแต่เรื่องดี จะพูดแต่เรื่องดีจะทำแต่เรื่องดี เราจะไม่คิดเรื่องชั่วเรื่องร้าย เพราะสิ่งนั้นมันจะทำให้เรามีราคาน้อยลงไปจนกระทั่งหมดราคาการเกิดมาแล้วทำให้ตนหมดราคานั่นเขาเรียกว่าเสียชาติที่ได้เกิดมาไม่ได้เรื่องอะไร.”
“ความจริงแท้นั้นไม่มี พระพุทธศาสนาสอนเรื่องไม่มี ส่วนลึกเรื่องไม่มีคือไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคล ไม่มีตัวไม่มีตน ไม่มีเรา ไม่มีเขา ไม่มีอะไรทั้งนั้น
(ต้องคิดอย่างละเอียด)”.
“ ไปเก็บเอามานั่งกลุ้มใจเล่นๆเรื่องเก่า ๗ วันแล้ว ๓ เดือนแล้ว ๓ ปีแล้ว เอามานั่งคิดให้กลุ้มใจเล่นเหมือนไม่มีงานทำ เป็นคนว่างงาน เลยหาเรื่องให้กลุ้มใจเล่นมันเรื่องอะไร? ”
การเข้าถึงแก่นแท้ของพระรัตนตรัย
การทำอะไรที่เป็นวัตถุนั้น ทำแต่น้อยพอสมควร แต่ว่าการทำตนให้เข้าถึงเนื้อแท้ขององค์พระพุทธเจ้านั่นแหละเป็นเรื่องสำคัญ.เราอย่าไปยึดถืออะไร แต่ให้เรารู้ว่าเรามีกายมีใจ ใจเรานี้จะต้องปฏิบัติเรื่อยๆจนถึงจุดหมายปลายทางคือ “ความพ้นทุกข์”.
บทความผลงานการเขียนของ อ.สรายุทธ
|