ดู: 8|ตอบกลับ: 2

>> สายพระโพธิสัตว์ที่ร่วมบารมีกันมา จิตโพธิญาณท่านมักจะถึงกันเสมอ <<

[คัดลอกลิงก์]

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

115

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
115
โพสต์เมื่อ เมื่อวาน 20:22 | แสดงทุกชั้น |โหมดการอ่าน
หลวงปู่ชื่น ติคญาโณ


ท่านเป็นเพียงพระเขมรที่หนีภัยสงครามเข้ามาพึ่งใบบุญแดนสยามเมือก่อน

หลวงปู่ชื่นท่านเดินธุงค์ไปทั่วแคว้นแดนสยามท่านเคยธุดงค์ไปถึงวัดช้างให้ปัตตานี




หลวงปู่ชื่นท่านเล่าให้ฟังว่า.ท่านไปพบหลวงปู่ทวดกำลังกวาดลานวัดอยู่

เกิดการสนทนาธรรมระหว่างหลวงปู่ชื่นและหลวงปุ่ทวดมีตอนหนึ่งหลวงปู่ชื่นท่านถาม

หลวงปู่ทวดว่าท่านอายุเท่าไหร่? หลวงปู่ทวดท่านตอบว่า.. สี่ร้อยกว่าปี

และเมื่อนำภาพหลวงปุ่ทวดมาให้หลวงปู่ชื่นดูท่านยิ้มน้อยยิ้มใหญ่และยืนยันว่า..

เป็นองค์เดียวกับทีท่านเคยเห็น ตอนธุดงค์ไปวัดช้างให้

และที่สำคัญหลวงปู่ทวดท่านสอนวิชาบางอย่างให้หลวงปู่ชื่น

(เรื่องหลวงปู่ชื่นพบหลวงปู่ทวดเอาไว้ไปเล่าขยายความกระทู้หลวงปู่ทวดหลังแม่ธรณี)

ด้วยเหตุประการนี้กระมัง พระหลวงปู่ทวดที่ท่านอธิฐานจิตจึงแรงไม่แพ้หลวงปู่ทวดยุดแรกๆ

ที่อาจารย์ทิม วัดช้างให้ท่านสร้างเอาไว้เลยแม้นแต่น้อยซึ่งเป็นเรื่องจริง

สายพระโพธิสัตว์ที่ร่วมบารมีกันมาจิตโพธิญาณท่านมักจะถึงกันเสมอ



นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภควา

คำแปล ขอนอบน้อมแด่พระโพธิสัตว์

พระองค์นี้แหละที่จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต

โพสต์นี้มีไฟล์แนบเพิ่มเติม

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ ก่อนจึงจะสามารถดาวน์โหลดหรือดูได้ ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

×

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

115

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
115
 จขกท.| โพสต์เมื่อ เมื่อวาน 20:22 | แสดงทุกชั้น
พระโพธิสัตว์ทุกท่าน..


จะมาช่วยเหลือผู้ที่เป็นโพธิสัตว์ด้วยกัน


ถ้าสร้างบารมีใกล้เต็ม  มี พระธุดงค์รูปหนึ่งเป็นโพธิสัตว์ ขออธิษฐานสละพุทธภูมิ


แต่มีพระโพธิสัตว์หลวงพ่อปานวัดบางนมโค


มาเตือนในนิมิตรให้กำลังใจพระรูปนี้ว่า ..


ได้สร้างบารมีใกล้เต็มแล้วจงอย่าท้อใจ  อย่าสละโพธิญาณ


ให้ช่วยกันพาสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์  ต่อไป  สาธุ อนุโมทามิ


#Sornpraram

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

115

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
115
 จขกท.| โพสต์เมื่อ เมื่อวาน 20:23 | แสดงทุกชั้น
การปรารถนาโพธิญาณ



          นั้นเป็นเรื่องของผู้ที่มีความต้องการที่จะเป็น พระพุทธเจ้าในอนาคตต้องขออธิบายให้ทราบกันทั่วหน้าก่อนว่า พระพุทธเจ้าที่อุบัติขึ้นมาบนโลกนี้มิได้มีเฉพาะพระพุทธโคดม พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนี้เท่านั้นหากแต่ในอดีตกาลล่วงเลยผ่านมาแล้วนั้น ก็ได้บังเกิดพระพุทธเจ้าขึ้นมาแล้วมากมายเหลือคณานับ ผู้อ่านหลายท่านอาจจะไม่เคยได้ยินเรื่องราวเช่นนี้มาก่อนแต่ขอให้ เปิดใจ ทำใจสบายๆทำความเข้าใจและศึกษาเรื่องของพระโพธิสัตว์ ยิ่งรู้มากขึ้นก็จะสามารถน้อมนำกำลังพลังงานของพระโพธิสัตว์มาใช้ในชีวิตประจำวันได้สามารถช่วยเหลือเราได้ ทั้งทางโลกและทางธรรมโพธิญาณหรือพระโพธิสัตว์ จะทำงานเป็นหมู่คณะ ทำไมจึงพูดเช่นนั้นเป็นเพราะว่าการสร้างบุญบารมีนั้นหากสร้างคนเดียว อานิสงค์ที่บังเกิดจะมีเพียงส่วนเดียว

          สำหรับพระโพธิสัตว์ที่มีกำลังและมากไปด้วยปัญญาจะนำพาหมู่คณะสร้างบุญบารมีกันเป็นจำนวนมากเข้าไว้เนื่องด้วยการสร้างบุญบารมีเป็นหมู่คณะนั้น กำลังบุญของแต่ละคนมีมากอยู่แล้ว กำลังบุญทั้งหมดทั้งมวลจะรวมกระแสกันเป็นมหาบุญมหากุศลมีกำลังมาก จึงเป็นเหตุให้เกิดปัจจุบันได้มีการนำพาผู้คนทำบุญเป็นจำนวนมากก็เพราะว่าในยุคนี้ มีพระโพธิสัตว์ลงมาเกิดกันมากนั้นเอง โพธิญาณจะมีกระแสเกี่ยวเนื่องกันจะมีการต่อกระแสกันสืบต่อกันไป หน่อโพธิญาณนั้นจะสืบต่อสอนสั่งแนวทางการสร้างบารมีจากรุ่น สู่รุ่น เสมอ ตราบใดยังมีผู้ปรารถนาโพธิญาณอยู่ตราบนั้นก็จะมีการสืบต่อกระแสไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด แม้ในยุคนั้นจะไม่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกก็ตามพระโพธิสัตว์ก็จักบังเกิดขึ้นเสมอ


          ผู้ที่ปรารถนาพระโพธิญาณจงฟังไว้ว่า "โพธิญาณต้องเรียนรู้แนวทางการสร้างบารมีกับโพธิญาณเท่านั้น"ฉะนั้น เมื่อมีโพธิญาณบังเกิดขึ้นในโลก ผู้นั้นได้กระทำตนเป็นผู้มีประโยชน์ ช่วยเหลือเกื้อกูลสรรพสัตว์ทุกรูปนามดีพร้อมมีสรรพวิชาสำหรับใช้ช่วยเหลือผู้คน ก็มักจะมีโพธิญาณที่ลงมาเกิดตามหลัง (จุติทีหลัง) มาสืบต่อสรรพวิชานั้นๆ ไว้เสมอ เพื่อนำไปใช้ช่วยเหลือสรรพสัตว์ในกาลต่อไปและเพื่อป้องกันการสูญหายของสรรพวิชา เราเรียกสิ่งนี้ว่า "การสืบต่อกระแสโพธิสัตว์" แต่ก็มีมากมายหลายสรรพวิชาที่ตกหล่นและสูญหายเนื่องจากการเวลาและไร้ผู้สืบทอดวิชา(นั้นอาจเกิดจาก ไม่มีผู้ที่เหมาะสมในการที่จะสืบต่อสรรพวิชานั้นๆ แต่อย่าไปกังวลเสียดายในสรรพวิชาที่สูญหายตายจากไปพร้อมกับเจ้าของวิชาเลยเพราะที่จริงแล้วสรรพวิชามิได้สูญหายไปไหน เมื่อเจ้าของวิชาตายไปส่วนใหญ่จะจุติเป็นพรหมสรรพวิชาทั้งหลายจึงยังอยู่ที่ พรหม ซะส่วนใหญ่ เมื่อมีวาระพรหมเหล่านั้นแล จัดลงมาสอนสั่งผู้ที่มีกระแสเนื่องกันเพื่อให้นำมาสร้างประโยชน์สืบต่อไป)




          โพธิญาณบางท่าน ไม่ได้มีครูบาอาจารย์ที่เป็นมนุษย์ บางท่านจะเรียนรู้สรรพวิชาในการสร้างบารมีจากเทพ พรหม ที่มีกระแสเกี่ยวเนื่องกับตัวท่านเองมากก่อน ก็เป็นได้ ผู้ปรารถนาโพธิญาณไม่ต้องกังวลใจว่าเราจะไม่มีครูบาอาจารย์นะหากตอนนี้เรารู้ตัวเองว่าเรานั้นเป็นผู้ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ต้องการรื้อขนสรรพสัตว์ออกจากกองกิเลสทั้งปวงต้องการให้ทุกรูปนามพบทางแห่งการกับทุกข์ ถึงซึ่งนิพพานเป็นที่สุด แต่เราไม่มีวิชาอะไรเลยที่จะมาช่วยเหลือสรรพสัตว์เหล่านี้ได้ก็ขอให้วางจิต วางใจให้เป็นสมาธิ ใจสบาย กายสบาย ระลึกถึงพระรัตนตรัย คุณพระพุทธเจ้าทุกพระองค์คุณพระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ คุณพระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ คุณพระธรรมคุณพระอริยะสงฆ์ทั้งหมดทั้งมวล ตั้งแต่ อดีต ปัจจุบัน และอนาคตตั้งสัจจะอธิษฐานดังต่อไปนี้

          "ลูกขออาราธนาคุณครูบาอาจารย์ เหล่าหมู่คณะของข้าพเจ้า ทุกรูปนาม ผู้มีกำลังทั้งหลายเทพ พรหมทั้งหลาย โปรดจงมาชี้แนะ หนทาง โปรดจงมาสั่งสอนสรรพวิชาแก่ข้าพเจ้า เพื่อให้สามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ชาวโลกช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้พ้นจากทุกข์ ทั้งกายใจได้ ให้เค้าเหล่านั้นอยู่ในโลกได้อย่างเป็นปกติสุขให้เค้าได้รู้จักหนทางที่ถูกต้อง เป้าหมายที่ถูกที่ควรไป ให้รู้จักพระนิพพานให้ยึดพระรัตนตรัยเป็นสรณะเป็นที่พึ่งที่ระลึก เรียนรู้ที่จะตายเตรียมตัวตายให้เป็น ตายแล้วสามารถเลือกที่จะไปได้ เตรียมตัวตายก่อนที่จะตาย ขอผู้ทรงคุณทั้งหมดทั้งมวลโปรดจงลงมาสอนสรรพวิชานี้ให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิดพุทธังสัจจาณังอธิษฐานมิ ธัมมังสัจจาณังอธิษฐานมิ สังฆังสัจจาณังอธิษฐานมิ"



คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับได้ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

กฎเครดิตของบอร์ดนี้

ติดตามบัญชีทางการ

หากพบการละเมิดลิขสิทธิ์ รายงาน ปัญหา หรือข้อเสนอแนะ โปรดส่งอีเมลมาที่: support@discuzth.com

Powered by Discuz! X5.0 © 2001-2026 Discuz! Team.

ในบอร์ดนี้โพสต์
ติดตามบัญชีทางการ
กลับขึ้นบน