ดู: 83|ตอบกลับ: 8

>> ชีวประวัติ หลวงปู่ชื่น ติคญาโณ วัดตาอี อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ <<

[คัดลอกลิงก์]

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
โพสต์เมื่อ 2026-9-11 18:51:06 | แสดงทุกชั้น |โหมดการอ่าน
หลวงปู่ชื่น ติคญาโณ
วัดตาอี อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์



         สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เกิดกลียุคทั่วโลก ยิ่งประเทศเล็กประเทศน้อยได้รับผลกระทบมากที่สุดนอกจากข้าวยากหมากแพงแล้ว ประชาชนยังต้องรับกรรมหนักเพราะครอบครัวแตกสลายเนื่องจากความแร้นแค้นยากจนเป็นสาเหตุใหญ่

         ครอบครัวของหลวงปู่ชื่น ติคญาโณ ซึ่งเป็นชาวกัมพูชาก็ได้รับความรุนแรงของไฟสงครามเช่นเดียวกัน ทำให้ญาติพี่น้องของหลวงปู่ชื่นลับหายตายจากไปหลายคน ซึ่งประเทศกัมพูชาขณะนั้นร้อนระอุสุดๆ จนดูโหดร้ายไปทุกอย่าง ทำให้หลวงปู่ชื่นเกิดความเบื่อหน่ายจึงเดินธุดงค์เข้ามายังแผ่นดินไทยที่มีแต่ความสงบร่มเย็น

         หลวงปู่ชื่น นามเดิมชื่อ ชื่น นามสกุลศรีโสด เกิดเมื่อวันศุกร์ เดือน 11 ปีมะเมีย ตรงกับปี พ.ศ. 2461 เกิดที่บ้านหินกองอำเภอหินกอง จังหวัดสวายศรีโสพล ประเทศกัมพูชา โยมบิดาชื่อ นายชุบโยมมารดาชื่อ พิม ศรีโสด มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน 7 คน คือ นายเรียว, นายโพธิ์, นายบุญ, นายเกิด, หลวงปู่ชื่น, นางยอด และนางยาว ครอบครัวมีอาชีพทำนาทำไร่ตามประสาชาวบ้านในชนบททั่วไปของชาวเขมร

         ชีวิตในวัยเยาว์ของหลวงปู่ชื่นนิสัยท่านเป็นคนใจบุญ มีความสุขุมลุ่มลึก และมีใจโอบอ้อมอารีชอบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง ทั้งยังมีจิตใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่เด็กๆพออายุได้ 15 ปี ได้ขอบิดามารดาบรรพชาเป็นสามเณรซึ่งพ่อแม่ไม่ขัดข้อง ท่านจึงได้บวชเป็นสามเณร ณวัดในหมู่บ้านเกิดของท่าน

         หลังจากบวชเณรได้ระยะหนึ่งพอถึงอายุ 20 ปี หลวงปู่ชื่นก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาโดยได้รับฉายาว่า “ติคญาโณ” เมื่ออุปสมบทเป็นพระภิกษุโดยสมบูรณ์แล้ว หลวงปู่ชื่นได้ศึกษาบทสวดมนต์และบทสวดปาติโมกข์ ซึ่งใช้เวลาเพียงหนึ่งพรรษาก็สวดพระปาติโมกข์ได้แล้ว นับว่าหาพระที่เก่งเช่นนี้น้อยมาก เพราะการท่องบทพระปาติโมกข์พระบางรูปต้องใช้เวลานานนับ 5 ปี 10 ปี เนื่องจากเป็นบทสวดที่ยาวและยากที่สุดนั่นเอง

         หลวงปู่ชื่นสอบนักธรรมชั้นตรีได้ในพรรษาที่3 หลังจากนั้นท่านจึงออกเดินธุดงค์ปลงสังขารลัดเลาะไปตามป่าดงพงพี ข้ามเขาลงห้วยในดินแดนประเทศกัมพูชาทำให้ท่านได้พบกับครูบาอาจารย์ที่เก่ง ๆ อยู่หลายรูป ซึ่งแต่ละอาจารย์ก็ได้ถ่ายทอดวิชาอาคมที่ตนมีอยู่ให้หลวงปู่ชื่นจนหมดสิ้น โดยเฉพาะฤๅษีที่บำเพ็ญพรตอยู่กลางป่าดงดิบได้ถ่ายทอดวิชาขั้นสุดยอดให้หลวงปู่ชื่น เพื่อให้นำไปช่วยเหลือศิษย์ต่อไปอีก

         หลวงปู่ชื่นเป็นพระเถระที่มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย มีศีลจารวัตรที่งดงามชอบบำเพ็ญกุศลเพื่อเสริมสร้างบารมีให้แก่กล้าขึ้น ท่านจะตื่นตั้งแต่ตีสามทำวัตรสวดมนต์ และช่วงค่ำก็เช่นกันท่านจะสวดมนต์มิได้ขาด (นอกจากจะมีกิจนิมนต์และป่วยเท่านั้น)

          หลวงปู่ชื่นชอบทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมเป็นที่สุด และให้ความเป็นธรรมแก่ศิษยานุศิษย์เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีของศิษย์ทั้งหลายอีกด้วย ท่านจึงเป็นที่รักเคารพของศิษย์และประชาชนทั่วไปเป็นจำนวนมากในขณะนี้

โพสต์นี้มีไฟล์แนบเพิ่มเติม

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ ก่อนจึงจะสามารถดาวน์โหลดหรือดูได้ ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

×

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 18:57:42 | แสดงทุกชั้น
ได้อาจารย์เก่งวิชาทุกด้าน




         หลวงปู่ชื่น ติคญาโณ เป็นศิษย์สาย“เขากุเลน” ซึ่งเป็นศูนย์รวมเวทวิทยาอาคมชั้นสูงที่เป็นฉบับแท้ดั้งเดิมของเขมรโบราณ อาจารย์องค์แรกของท่านคือ“หลวงปู่เอื้อย และหลวงปู่ดี สุวรรณดี” สองปรมาจารย์ผู้มีพลังจิตอันลึกล้ำ ทั้งยังมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์มากมายเป็นที่เลื่องลือกันมากในประเทศกัมพูชา

         หลวงปู่ชื่นได้มองเห็นกาลไกลไปข้างหน้าว่า“พรเวทวิทยาคม” ที่ท่านกำลังศึกษาอยู่นี้จะเป็นประโยชน์มากแก่การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทั้งยังได้ช่วยเหลือสงเคราะห์ญาติโยมและผู้เดือดร้อนต่าง ๆ ในอนาคตภายหน้าแน่นอน ท่านจึงมุมานะพยายามขยันศึกษาเล่าเรียนวิชาอาคมจนสุดความสามารถ ตลอดจนศึกษาการเจริญวิปัสสนากรรมฐานนั่งสมาธิควบคู่ไปด้วย เพื่อเพิ่มพูนพลังจิตให้แก่กล้าขึ้น

         หลวงปู่ชื่นท่านเรียนกรรมฐานควบคู่ไปกับวิชาอาคมจนท่านเรียนรู้ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว โดยมีการทดสอบจากผู้เป็นอาจารย์จนเป็นที่พอใจ โดยเฉพาะหลวงปู่เอื้อยท่านมีเมตตาถ่ายทอดวิชาและเคล็ดลับต่างๆ ให้หลวงปู่ชื่นจนหมดสิ้น หลวงปู่เอื้อยท่านเป็นพระที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในเขมร ดังชนิดผู้หลักผู้ใหญ่ในเขมรขณะนั้นยังมอบตัวเป็นศิษย์หลายคน

         ในเวลาต่อมาเมื่อหลวงปู่เอื้อยมรณภาพลง หลวงปู่ชื่นจึงออกเดินธุดงค์บุกป่าฝ่าดงดิบในดินแดนเขมรเพื่อแสวงหาครูบาอาจารย์อีกมากมาย จนกระทั่งท่านได้พบกับหลวงปู่ดี สุวรรณดี บน “เขากุเลน” ซึ่งท่านเป็นพระผู้มากด้วยอภิญญาญาณชั้นสูง และเป็นผู้มีพลังจิตอันลึกล้ำมหัศจรรย์เหนือโลกโดยแท้

         ด้วยบุญญาบารมีของหลวงปู่ชื่น ติคญาโณ ทำให้หลวงปู่ดีรับหลวงปู่ชื่นเป็นศิษย์แล้วจึงพากันออกเดินธุดงค์ไปด้วยกันตามสถานที่ต่างๆ หลวงปู่ชื่นได้ศึกษากรรมฐานและเวทวิทยาคมกับธาตุทั้ง 4 ตลอดจนเกร็ดเคล็ดลับการสร้าง การปลุกเสกวัตถุมงคลเครื่องรางต่างๆ มากมายจากหลวงปู่ดีทำให้ท่านมีวิชาติดตัวมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้

         หลวงปู่ชื่นได้เมตตาเล่าเรื่องราวและประสบการณ์ในการเดินธุดงค์ของท่านให้ฟังว่า “หลวงปู่ดีท่านนี้เก่งมาก ท่านเชี่ยวชาญพระเวทแทบทุกชนิด ท่านเคยเสกผ้าให้เป็นนกกระยางได้และเสกใบไม้ให้เป็นต่อเป็นแตนได้ ทั้งยังรู้ภาษาสัตว์แทบทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสามารถล่องหนหายตัวและย่นระยะทางได้ ตลอดจนท่านเดินบนผิวน้ำได้อย่างน่าอัศจรรย์อีกด้วย”หลวงปู่ชื่นเล่าว่า หลวงปู่ดีท่านเคยแสดงให้ดูมาแล้วท่านเห็นกับตามาแล้วจึงกล้ามาเล่าให้ฟัง ท่านแสดงให้ดูก็เพื่อให้เป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติธรรมสืบต่อกันไปนั่นเอง “การเรียนวิชาอาคมจะมีฤทธิ์เข้มขลังได้  ต้องประกอบไปด้วยพลังจิตอันเป็นสมาธิแก่กล้าควบคู่กันไปด้วย” หลวงปู่ชื่นกล่าว




         หลวงปู่ชื่นเป็นพระที่คงแก่เรียนคือท่านชอบศึกษาค้นคว้าตำรับตำราและวิชาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอักขระเลขยันต์ หรือวิชาอาคมอะไรท่านจะทดลองสร้างทดลองปลุกเสกอยู่เสมอ เมื่อท่านลองแล้วเห็นว่าดีจริงและใช้ได้ผลดีจริงตามตำรา ท่านก็คัดวิชาวิเศษเหล่านั้นมาสร้างมาปลุกวัตถุมงคลให้บรรดาลูกศิษย์ และลูกหลานท่านให้ได้รับแต่สิ่งที่เป็นมงคลเป็นของวิเศษไว้บูชากัน จากการคัดเลือกพิจารณาตรวจจากหลวงปู่ชื่นแล้วว่า“ดีจริง-เห็นผลจริง” จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่วัตถุมงคลของท่านมีประสบการณ์ต่อเนื่องเรื่อยมา จนเป็นที่กล่าวขานร่ำลือจากปากของผู้ที่บูชาวัตถุมงคลของหลวงปู่ชื่นว่ายอดเยี่ยมอยู่ในขณะนี้

         ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงขอนำท่านทั้งหลายได้รู้จักหลวงปู่ชื่น เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้มีโอกาสรู้จักหลวงปู่ชื่นอย่างแจ่มแจ้งชัดเจน และใกล้ชิดหลวงปู่มากขึ้น เพราะลูกศิษย์บางคนอยู่ห่างไกลซึ่งยังไม่มีโอกาสเดินทางมากราบไหว้หลวงปู่ จะด้วยสาเหตุและปัจจัยใดๆ ก็ตาม ผู้เขียนขอเป็นสื่อ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อเป็นการหยั่งความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่ลูกศิษย์ที่มีความเคารพนับถือหลวงปู่ หรือท่านที่มีวัตถุมงคลของหลวงปู่ชื่นไว้แล้ว ขอให้รู้ว่าเราทั้งหลายก็เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์องค์เดียวกัน เพราะมีวัตถุมงคลที่มาจากการปลุกเสกจากหลวงปู่ด้วยกันทั้งนั้น ทั้งนี้เพื่อช่วยจรรโลงเกียรติคุณของหลวงปู่ชื่นให้แพร่หลายขจรไป ตลอดยั่งยืนนานต่อไปในภายภาคหน้านั่นเอง

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 18:58:34 | แสดงทุกชั้น
พบสหธรรมิกเก่า



         หลังจากหลวงปู่ชื่นธุดงค์ไปในที่ต่างๆมากมาย จนกระทั่งท่านเดินทางไปจำพรรษาอยู่ที่วัดนาราก อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ท่านอยู่ได้ 5 พรรษาจึงได้เดินธุดงค์ต่อเรื่อยไปจวบจนอายุท่านมากขึ้นกำลังวังชาถดถอย ท่านจึงอยู่กับที่ระยะหนึ่ง ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2524 หลวงปู่ชื่นได้รับนิมนต์เดินทางไปปลุกเสกวัตถุมงคลที่วัดแห่งหนึ่งใน เขตจังหวัดบุรีรัมย์ งานนั้นหลวงปู่นิล อนุตโร เจ้าอาวาสวัดตาอีรูปปัจจุบันซึ่งเคยเป็น “สหธรรมิก” (เพื่อน) เก่าก่อนกันมาก็ได้รับนิมนต์จากทางเจ้าภาพให้เป็นพระคู่สวดเช่นกัน

         หลังจากพระทุกองค์เสด็จจากกิจนิมนต์แล้ว ทางเจ้าภาพได้จัดถวายอาหารเพลให้ฉัน หลวงปู่นิลกับหลวงปู่ชื่นนั่งฉันในวงเดียวกัน หลวงปู่นิลหันมองพระที่นั่งอยู่ข้างตัว ท่านคิดในใจว่าคล้ายเคยเห็นกันมาก่อน แต่ท่านยังจำไม่ได้ว่าเคยเห็นกันที่ไหน เพราะความที่จากกันมานานหลายสิบปีทำให้ท่านทั้งสองแทบจำกันไม่ได้ หลวงปู่นิลได้แต่คิดในใจว่าพระองค์นี้ทำไมช่างเหมือนหลวงปู่ชื่นเสียเหลือเกิน จนอดใจไม่ไหวจึงเอ่ยถามไปว่า

            “หลวงพ่อท่านอยู่วัดไหนชื่ออะไร”

            หลวงปู่ชื่นตอบกลับไปทันที

            “อาตมาชื่อชื่น เป็นพระธุดงค์ยังไม่มีวัดจำพรรษา”

         หลวงปู่นิลนั่งคิดตั้งนานที่แท้ก็ใช่หลวงปู่ชื่นจริงๆด้วย เมื่อท่านทั้งสองได้นั่งสนทนากันแล้วหลวงปู่นิลจึงได้ออกปากนิมนต์หลวงปู่ชื่นให้มาจำพรรษาอยู่ด้วยกันที่วัดตาอี ประกอบกับช่วงนั้นหลวงปู่ชื่นมีอายุมากแล้วและชาวบ้านตาอีก็ได้นิมนต์ท่านไว้ไม่ให้เดินธุดงค์อีก นับตั้งแต่นั้นมาหลวงปู่ชื่นจึงได้อยู่จำพรรษาที่วัดตาอีเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 18:59:04 | แสดงทุกชั้น
เพชรเริ่มทอแสง



         หลังจากหลวงปู่ชื่นมาอยู่วัดตาอีแล้วท่านได้เก็บตัวเงียบอยู่แต่ภายในกุฏิหลังเล็กๆ เหมือนพระหลวงตาแก่ๆธรรมดาแทบไม่มีใครรู้เลยว่าท่านเป็นพระที่มี “พลังจิต”และมีอาคมเข้มขลังมาก จนกระทั่งกลางปี พ.ศ. 2542 หลวงปู่ชื่นได้สร้างวัตถุมงคลออกมา2-3 รุ่น ผลปรากฏว่าผู้ที่นำวัตถุมงคลของท่านไปบูชาต่างมีประสบการณ์ต่างๆนานามากมาย จากปากต่อปากทำให้วัตถุมงคลที่ท่านบรรจุพลังจิตเวทวิทยาคมที่มี “พลังมหัศจรรย์” ความวิเศษขลัง ยับยั้งภัยพาล อาถรรพณ์จัญไรขจัดสรรพทุกข์ สรรพโรค สรรพภัยที่มีอานุภาพ ทั้งเมตตามหานิยม มหาโชค มหาลาภ ค้าขายดีเยี่ยม คุ้มครองป้องกัน ทำให้ชื่อเสียงหลวงปู่ชื่นดังขึ้นมาเป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไปมากขึ้นเป็นลำดับ จากปากผู้ที่ได้บูชาวัตถุมงคลของท่านไปบูชาส่วนใหญ่ยอมรับว่าวัตถุมงคลของท่านดีเยี่ยมจริงๆ ใช้แล้วได้ผลดีเกินคาด ส่วนสาเหตุที่ท่านยอมเปิดตัวและจัดสร้างวัตถุมงคลออกมาเป็นทางการเนื่องจาก ท่านกำลังก่อสร้างอุโบสถซึ่งขาดปัจจัยอยู่อีกมาก อีกประการหนึ่งหลวงปู่เคยบอกไว้ว่า

        “ถึงเวลาที่ครูบาอาจารย์ท่านให้เปิดตัวแล้ว เพื่อนำความรู้เวทวิทยาคมที่ได้ร่ำเรียนมาสงเคราะห์พุทธศาสนิกชน และจัดสร้างถาวรวัตถุเพื่อการพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป”

โพสต์นี้มีไฟล์แนบเพิ่มเติม

คุณต้อง เข้าสู่ระบบ ก่อนจึงจะสามารถดาวน์โหลดหรือดูได้ ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

×

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 19:00:08 | แสดงทุกชั้น
เสกหินลงสระกลายเป็นงูยักษ์




         เมื่อครั้งที่หลวงปู่ชื่นมาอยู่ที่วัดตาอีใหม่ๆนั้น ท่านได้เร่งทำความเพียรปฏิบัติธรรมจนพลังจิตแก่กล้า ด้วยท่านเป็นพระที่รักสันโดษชอบเก็บตัวเงียบๆอยู่แต่ภายในกุฏิ ชาวบ้านจึงคิดว่าท่านเป็นหลวงตาแก่ๆ ไม่มีอะไร เป็นพระธรรมดาไม่มีวิชาอาคมอันใด

         ต่อมาทางวัดได้ขุดสระใหม่ทางเจ้าอาวาสจึงประกาศบอกชาวบ้านว่า “ห้ามลงอาบน้ำในสระ”เพราะสระน้ำแห่งนี้พระเณรต้องใช้ดื่มกิน แต่ชาวบ้านขาดความเกรงใจท่าน ตกเย็นทั้งหนุ่มสาวพากันลงว่ายน้ำเล่นในสระอย่างสนุกสนาน บ้างก็นำผ้ามาซักทำให้ฟองแฟ๊บที่ซักลอยเต็มคุ้งสระบอกแล้วก็เฉย เตือนแล้วก็ไม่หยุด

         หลวงปู่ชื่นจึงใช้ไม้ตายเพื่อให้รู้จักที่ต่ำที่สูง และที่ควรมิควรกันบ้าง ท่านจึงนำก้อนหินมาสองก้อน แล้วเสกด้วยคาถาอาคมจากนั้นท่านโยนลงไปในสระน้ำ

         “สามวันต่อมาพวกที่ชอบลงเล่นน้ำในสระภายในวัดต่างก็ตกใจแตกตื่นขึ้นตลิ่งกันแทบไม่ทัน เพราะเห็นพญางูยักษ์สองตัวว่ายน้ำไปมาในสระให้เห็นกับตากันจะจะ ชาวบ้านตาอีเห็นกันทั้งหมู่บ้าน”

         เรื่องนี้เป็นที่เลื่องลือกันมากในอำเภอบ้านกรวด ถ้าหากใครมีโอกาสได้ไปที่วัดตาอีลองสอบถามชาวบ้านดูก็ได้ และจากวันนั้นเป็นต้นมาจนกระทั่งถึงวันนี้ก็ไม่มีใครกล้าลงไปเล่นน้ำในสระที่วัดตาอีกันอีกเลย...

         ครั้งหนึ่งผมเคยให้ท่านเสกก้อนหินให้สองก้อนเพื่อไปโยนลงในสระที่อำเภอบ้านผม คือผมเห็นชาวบ้านลงจับปลาจับนกเป็ดน้ำที่จะมาลงที่สระแห่งนี้ปีละครั้ง แล้วจึงเกิดความสงสาร จึงนำหินมาอธิฐานให้ดูแล้คุ้มครองสัตว์ที่มาอยู่ในสระแห่งนี้ อาทิตหนึ่งผ่านไป เรื่องพวกที่ลงจับปลากับนกเป็ดน้ำ บ้างก็เห็นหัวคนสองหัวลอยไปมาในน้ำบ้างก็เห็นงูยักสองตัวว่ายเล่นกันไปมา จนไม่มีใครกล้าลงไปจับสัตว์น้ำอีกและก็ไม่มีกับข้าวให้ลูกกิน ผมเกิดความสงสารรุ่งขึ้นจึงไปจุึดธูปบวงสรวงบอกกล่าว ถอนของขึ้นมาคืนบอกเค้าไปว่าหมดหน้าที่เจ้าแล้ว นับแต่นั้นมาก็ไม่มีใครเห็นสิ่งแปลกๆ อีกเลย

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 19:00:54 | แสดงทุกชั้น
อาคมสยบรถยนต์
         เราๆ ท่านๆ ทั้งหลายคงเคยได้ยินเรื่องเล่าขานของเหล่าคณาจารย์รุ่นเก่าที่ใช้พลังจิตเวท วิทยาคมในการสยบเครื่องยนต์ให้หยุดทำงาน หรือให้หยุดอยู่กับที่ได้นั้นในอดีตก็มีหลวงปู่ทวดที่กายธรรมอันศักสิทธิ์ ของท่านหยุดขบวนรถไฟของทหารญี่ปุ่นไม่สามารถวิ่งผ่านสถูปของท่านไปได้ แม้แต่หลวงปู่เดิมเทพเจ้าแห่งนครสวรรค์ก็เคยใช้พลังจิตวิชานิ้วเพชร หยุดรถไฟมาแล้วในอดีต หรือหลวงปู่ฝั่น อาจาโร ท่านก็เคยพิจารณาเครื่องยนต์จนเครื่องยนต์หยุดทำงาน หรืออย่างกรณีหลวงปู่วรพต ท่านก็เคยแสดงปาฏิหารย์ใช้เท้าเหยีบท้ายรถโดยสารสองแถวจนล้อหน้ากระดก หลวงปู่ หลวงพ่อ คณาจารย์ที่แสดงปาฏิหารได้เช่นนี้ แสดงว่าพลังจิตต้องแก่กล้ามากที่สามารถสยบพลังเครื่องจักรกลที่มีพลังสูง เช่นนี้ได้ หลวงปู่ชื่น ติคญาโณ พระอาจารย์ที่มีอาคมเข้มขลัง พลังจิตแก่กล้า แห่งวัดตาอี อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ พระเกจิที่สืบทอดเวทวิทยาคมตำรับเขมรโบราณ เรื่องทำนองนี้ท่านก็เคยสยบรถโดยสาร มาแล้วเช่นกัน เล่้ากันว่าเมื่อครั้งหลวงปู่ชื่นท่านไปทำธุระที่ประเทศเขมร ขากลับท่านเดินทางออกมาทางด้านชายแดน จ.อรัญประเทศ เพื่อจะมาขึ้นรถโดยสารสองแถวกลับวัดผู้โดยสารที่เดินทางวันนี้มีจำนวนมาก พนักงานขับรถแทนที่จะนิมนต์หลวงปู่ชื่นนั่งรถก่อนผู้โดยสารคนอื่นๆ ก็หาไม่กลับเรียกผู้โดยสารคัดผู้เดินทางโดยไม่ยอมให้หลวงปู่ชื่นขึ้นรถ คงคิดว่าพระขึ้นรถคงไม่เสียค่าโดยสารเอาไปนั้งหนักรถเปล่าๆสู้หาพวกสาวๆ นั่งหน้าใกล้ๆ โชเฟอร์ถึงไม่มีตังก็ได้ลุ้นวะเมื่อผู้โดยสารแน่นรถสาวนั่งหน้าสวรรค์น้อยๆ ของโชเฟอร์รถสองแถว ก็ติดเครื่องยนต์โดยไม่สนใจใยดีหลวงปู่ชื่นแถมยังบอกให้หลวงปู่ขึ้นรถคัน อื่น คนประเภทนี้ไม่รู้จักพระจักเจ้าคงคิดว่าเป็นพระหลวงตาแก่ๆ ธรรมดา เหตุการณ์วันนั้นคิดว่าโชเฟอร์และผู้โดยสารที่ขึ้นรถคงจะจดจำไปตลอดชีวิต เมื่อหลวงปู่ชื่นใช้พลังจิตอันแก่กล้าของท่านสยบรถโดยสารสองแถวไม่ให้วิ่ง ผ่านตัวท่านไปได้ เมื่อโชเฟอร์ขับรถใส่เกียร์เหยียบคันเร่ง ทันใดนั้นเหตุการที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นรถไม่สามารถเคลื่อนไปข้างหน้าได้ เหยียบคันเร่งเต็มที่จนเครื่องยนต์ดังกระหึ่มรถล้อหมุนอยู่กับที่จนผู้ โดยสารตกใจ โชเฟอร์จึงตัดสินใจใส่เกียร์ถอยหลังคราวนี้ได้ผลรถถอยร่นไปประมาณ30 กว่าเมตร โชเฟอร์ชักเสียอารมจึงเหยียบเต็มที่รถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าด้วยความเร็วพอมา ถึงจุดที่หลวงปู่ชื่นนั่งอยู่รถก็หยุดอยุ่กับที่ล้อหมุนอยู่กับที่ พยายามอยู่หลายครั้งก็ไม่สามารถผ่านไปได้คงเห็นเช่นเดิม คราวนี้โชเฟอร์เริ่มคิดสงสัยในใจแล้วว่าเหตุการที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นฝีมือ พระสงค์องค์นี้แน่นอน จึงเดินไปกราบแทบเท่้าหลวงปู่ชื่นแล้วกล่าวกับหลวงปู่ชื่นว่า "หลวงปู่ผมขอขมาครับ หลวงปู่แกล้งผมหรือเหล่าครับ" หลวงปู่จึงตอบไปว่าสงสัยเครื่องจะไม่ค่อยดีล่ะมั่ง อาตมาเป็นพระธรรมดาจะมีปัญญาอะไรไปหยุดรถโยมได้ เมื่อโชเฟอร์เห็นปาฏิหารครั้งนี้จึงนิมนต์หลวงปู่ขึ้นนั่งหน้ารถ แล้วจึงบอกสาวๆไปนั่งด้านหลัง คราวนี้รถจึงเคลื่อนไปได้เป็นปรกติไม่มีปัญหาตลอดทางหลวงปู่จึงได้เทศสั่ง สอนโชเฟอร์ เมื่อเห็นพระภิกษุสงค์องค์ไหนก็ช่างไม่จำเป็นต้องเป็นพระดีพระดัง ท่านนั่งรถเราก็เป้นสิริมงคลอย่างมากแล้ว ต่อมาหลังจากหลวงปู่ชื่นนั่งรถคันดังกล่าวแล้ว ชีวิตของของโชเฟอร์คนนี้ก็ดีขึ้นเรื่องๆฐานะเริ่มมั่นคงกว่าเก่าเยอะ ภายหลังต่อมาผมเรียนถามเรื่องนี้กับหลวงปู่ท่านหัวเราะและบอกว่าก็

         "ขอขึ้นดีๆ ไม่ยอมให้ขึ้นคนประเภทนี้ถ้าไม่แสดงอะไรบ้างพระสงค์องค์อื่นจะลำบาก"

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 19:01:09 | แสดงทุกชั้น

         บุญบารมีของหลวงปู่ชื่น ติคญาโณท่านมากจริงๆ ส่งผลให้ท่านมีพลังจิตสูงส่งถึงปานนี้ เรื่องทำนองนี้ผมเห็นมีแต่ปรมจารย์พระเกจิรุ่นเก่าๆเท่านั้นที่ทำได้ ล้่วนแล้วแต่มีพลังจิตสูงทั้งสิ้นในปัจจุบันคงหาพระที่ทำเรื่องนี้ได้ยาก ถ้ามีก็น้อยองค์มากหนึ่งในนั้นต้องมีหลวงปู่ชื่น ติคญาโณ อีกองค์ที่อยู่ในธรรมเนียบจงภูมิใจเทอญที่เป็นลูกศิษย์ท่าน มีวัตถุมงคลของท่าน เราๆ ท่านๆ ล้วนมีวัตถุมงคลของหลวงปู่ว่าเราทั้งหลายล้วนเป็นศิษย์อาจารย์องค์เดียวกัน นั้นคือหลวงปู่ชื่น ติคญาโณ สุดยอดอาจารย์ยุคปัจจุบันซึ่งสืบสานตำนานเวทวิทยาคมอันเกรียงไกร ตำรับเขมรโบราณ ความคิดเห็นส่วนตัวผู้เขียนเท่าที่สัมผัสกับพระเกจิชั้นแนวหน้าของประเทศไทย อยู่ขณะนี้ ผมว่าหลวงปู่ชื่น ติคญาโณ ไม่เป็นสองรองใครแน่ ไม่ว่าจะเป็นเวทวิทยาคมพลังจิต วัตรปฎิบัติตอบได้คำเดียวว่ากราบได้สนิทใจ หลวงตากายศิษย์รุ่นน้องที่เรียนวิชามากับหลวงปู่เคยบอกให้ผมฟังว่าอย่าว่า แต่รถยนต์เลย รถไฟ หรือแม้แต่กระทั่งเครื่องบินที่บนท้องฟ้า หลวงปู่ชื่นท่านก็สามารถหยุดได้ เรื่องนี้ผมเคยถามท่าน หลวงปู่ยิ้มแต่ไม่ตอบอะไร เปลี่ยนเรื่องคุยเรื่อยแล้วจึงส่งสายตาดุๆ ทำนองปรามหลวงตากายว่าอย่าเอาเรื่องปาฏิหาริย์ของท่านมาเล่าให้ใครฟังบ่อยๆ หลวงปู่ชื่นท่านก็พูดลอยๆ ว่าเรื่องแบบนี้เขาไม่ให้่คุยผิดกฏสงฆ์ ถ้าเขาเชื่อก็ดีถ้าเขาไม่เชื่อจะเป็นบาปแก่ตัวเอง

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 19:01:38 | แสดงทุกชั้น
หลวงปู่ผู้เมตตา




         หลวงปู่ชื่นท่านมีเมตตาต่อศิษย์ทุกคน ท่านให้ความช่วยเหลือลูกศิษย์ไม่เลือกหน้าไม่ว่าจะยากดีมีจนเดือดร้อนมาหาท่านๆก็ช่วยหมด นิมนต์ท่านไปทำอะไรที่ไหนท่านก็เมตตาไปโปรดทุกคน ถึงแม้แต่ท่านมรณภาพ(มรณภาพ ปี พ.ศ.2547) ไปแล้วท่านก็ยังมาโปรดลูกศิษย์ทุกคน ใครมีวัตถุมงคลของหลวงปู่ไว้หากบูชาด้วยความเคารพศรัทธาหลวงปู่ แล้วเป็นอยู่ในศีลธรรมแล้วจะไม่มีคำว่ายากจน ขัดสนหรืออดอยากเด็ดขาด จะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองดียิ่งๆขึ้นไป ถึงขนาดปรารถนาสิ่งใดหากอธิษฐานขอแล้วและไม่เกินวิสัยแล้วละก็จะได้ดังใจปรารถนาทุกประการ

9

กระทู้

43

ตอบกลับ

117

เครดิต

ผู้ดูแลระบบ

เครดิต
117
 จขกท.| โพสต์เมื่อ 2026-9-11 19:02:02 | แสดงทุกชั้น
ประวัติหลวงปู่ชื่น ที่ถูกนำมาตีพิมพ์อีกครั้งที่นิตยสาร นะโม






คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับได้ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

กฎเครดิตของบอร์ดนี้

ติดตามบัญชีทางการ

หากพบการละเมิดลิขสิทธิ์ รายงาน ปัญหา หรือข้อเสนอแนะ โปรดส่งอีเมลมาที่: support@discuzth.com

Powered by Discuz! X5.0 © 2001-2026 Discuz! Team.

ในบอร์ดนี้โพสต์
ติดตามบัญชีทางการ
กลับขึ้นบน