Baan Jompra

ชื่อกระทู้: ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ธรรมบัณฑิต (เจิม คุณาบุตร) [สั่งพิมพ์]

โดย: Sornpraram    เวลา: 2014-3-24 08:24
ชื่อกระทู้: ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ธรรมบัณฑิต (เจิม คุณาบุตร)
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Sornpraram เมื่อ 2014-3-24 08:37

ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ธรรมบัณฑิต (เจิม คุณาบุตร)





ท่านพ่อเกิดเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๓๔ ตรงกับวันอาทิตย์ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๖ ปีเถาะ เกิดที่หมู่ ๘ ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หมู่บ้านเกิดของท่านเรียกว่า "บ้านบน" เพราะอยู่เหนือศูนย์กลางคือวัดขึ้นไปข้างบน ท่านพ่อเป็นบุตรคนที่ ๒ ของปู่แพ คุณย่านุ่ม คุณาบุตร มีพี่และน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด ๖ คน คือ

๑. นางสาวเจือ คุณาบุตร
๒. ท่านพ่อบัณฑูรย์สิงห์ (เจิม คุณาบุตร)
๓. แม่เจียม คุณาบุตร หรือบุญเลี่ยม
๔. พ่อแถบ คุณาบุตร (โยมบิดาของหลวงพ่อวัดเกตุมดีฯ)
๕. พ่อพ้อง คุณาบุตร
๖. พ่อยอด คุณาบุตร
ชีวิตเมื่อเยาว์วัยของท่านพ่อตามคำบอกเล่าของพ่อแถบ คุณาบุตร ว่าท่านสงบเสงี่ยม และสามารถอดกลั้นต่ออารมณ์ต่าง ๆ ได้ดีเป็นเยี่ยม เมื่อายุได้ ๑๑ ปี ได้ไปเรียนหนังสืออยู่กับหลวงพ่อเพชร เจ้าอาวาสวัดตรีจินดาราม (วัดสามจีน) สมุทรสาคร พออายุได้ ๑๔ ปี จึงได้ย้ายไปอยู่กับหลวงพ่อสมุห์เทศ วัดใหญ่บ้านบ่อ สมุทรสาคร เพื่อเรียนหนังสือต่อในชั้นสูงขึ้นไปอีก
เมื่ออายุได้ ๑๕ ปี จึงได้บวชเป็นสามเณร เมื่อท่านเรียนหนังสือได้สูงขึ้นหลวงพ่อเห็นว่าเป็นเด็กดีมีแวว ทั้งสติปัญญาก็เฉลียวฉลาดกว่าเพื่อน หมดความรู้ที่อาจารย์จะสอน จึงได้แนะนำให้มาศึกษาต่อกับอาจารย์ทองดี (เปรียญ) ที่วัดบางพลีใหญ่ เหนือบ้านเกิดขึ้นไปอีกตำบลหนึ่ง ท่านพ่อได้ศึกษาภาษามคธ-บาลี ทั้งเรียนหนังสือขอมไปด้วย

ท่านพ่อบวชเป็นสามเณรอยู่จนอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงจัดการอุปสมบทให้เป็นพระภิกษุ ณ วัดบางพลีใหญ่นั่นเอง พระอุปัชฌาย์ของท่านพ่อ คือหลวงพ่อนิล วัดตึก สมุทรสาคร หลวงพ่อเทศ หลวงพ่อนิตย์ วัดใหญ่บ้านบ่อเป็นกรรมวาจาจารย์

เมื่อท่านพ่ออุปสมบทแล้ว ญาติโยมได้นิมนต์ให้มาอยู่ที่สำนักสงฆ์บางโทรัด เพราะใกล้บ้าน โปรดญาติโยมได้สะดวก สำนักสงฆ์บางโทรัด ปู่แพ ย่านุ่ม คุณาบุตร ซึ่งเป็นโยมบิดามารดา เป็นผู้สร้าง จึงต้องการให้ท่านพ่อมาดูแลและบูรณะให้ดีขึ้นไปอีก

เมื่อท่านพ่อย้ายมาอยู่ตามความตั้งใจของโยมบิดามารดา สำนักสงฆ์แห่งนี้มีพระอยู่ ๒ หรือ ๓ รูปเท่านั้น กุฏิก็โย้เย้แทบจะพังมิพังอยู่แล้ว โบสถ์ที่จะใช้ทำสังฆกิจก็ไม่มี เมื่อท่านพ่อมาอยู่สำนักนี้ ท่านก็ได้สร้างหรือซ่อมสิ่งที่ชำรุดทรุดโทรม ให้ดีขึ้นและใช้การได้ต่อไป



โดย: Sornpraram    เวลา: 2014-3-24 08:24
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Sornpraram เมื่อ 2014-3-24 08:39


เหรียญรุ่นแรกท่านพ่อบัญฑูรสิงห์



เมื่ออยู่ได้ ๓ พรรษา ก็ได้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้า และได้ดำเนินการขอพระราชทานวิสุงคามสีมา และได้สร้างพระอุโบสถขึ้น เป็นแบบเรือนไทยเตี้ย ๆ สำเร็จพร้อมทั้งปรับปรุงกุฏิที่โย้เย้ให้ดีเหมือนเดิมจนใช้การได้ นับตั้งแต่นั้นมา ก็มีโบสถ์สำหรับสงฆ์ทำสังฆกิจได้ในวัด โดยไม่ต้องไปอาศัยวัดอื่น ทั้งศาลาการเปรียญและเสนาสนะอื่น ๆ ก็ซ่อมให้ดีขึ้น


ท่านได้ไปเรียนกรรมฐานกับหลวงพ่อรุณ วัดช้างเผือก อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามและขอเดินธุดงค์ร่วมกับหลวงพ่อรุณทุกป ได้เข้าอยู่ปริวาสกรรมก่อนเดินธุดงค์ ได้บรรลุธรรมในขณะอยู่ปริวาส
ตามคำบอกเล่าของท่านว่าได้เห็นในร่างกายโปร่งชัดเจน เหมือนกระจกแก้วในไปทั้งร่าง ครั้งแรกแปลกใจ แต่เก็บความรู้สึกไว้สอบสวนอยู่่ทุกคืน และโอกาศที่ได้นั่งกรรมฐาน จนแน่ชัดแล้วจึงคิดว่าเมื่อเราเห็นในตัวชัดแจ้งอย่างนี้แล้ว ในดินตรงหน้านี้มีอะไรบ้าง ก็เห็นในพิ้นดินแจ้งไปหมด สงสัยที่ตรงไหนตรงนั้นก็เห็น ไม่มีสิ่งใดบังกั้นเลยเป็นเวลานาน


เมื่อเข้าหมู่สงฆ์หลวงพ่อรุณทราบด้วยฌาน ก็ยกย่องในหมู่คณะสงฆ์นั้นว่า "คุณเจิม" รู้ธรรมแล้ว (ปกติหลวงพ่อรุณท่านไม่ได้พูดหรือสอนมาก เพราะท่านสร้างบารมีเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า) ได้แต่บอกวิธีปฏิบัติให้ เมื่อใครปฏิบัติดีท่านก็ยกย่องขึ้น


ต่อมาท่านพ่อได้พิจารณาถึงว่า ท่านได้เกิดมากี่ชาติสร้างบารมีอะไรมา ท่านก็ระลึกชาติแต่หนหลังได้ว่า เกิดมาแล้ว ๙๒ กัลป์ เคยอธิษฐานสร้างบารมีเป็นพระโพธิสัตว์มาตลอด

ได้รับพยากรณ์จากพระสมณโคดมพุทธเจ้าพระองค์นี้ในชาติที่เกิด เป็นช้างนาราคิริงและจะเกิดมาในตระกูลสามัญชนอีกเพียงชาตินี้เท่านั้น ต่อไปก็จะไปเกิดเมื่อพระศรีอาริยเมตตรัยมาตรัสรู้เป็นพระสัมสัมพุทธเจ้า ท่านจะเป็นพระพุทธอุปัฏฐากบำรุงอยู่ตลอด ถึงพระศรีอริยเมตตรัยดับขันธ์ปรินิพพาน ท่านพ่อก็จะยับยั้งอยู่ดุสิตเทวโลก จนกว่าถึงสมัยที่ท่านจะมาตรัสรู้เป็นพระสัมสัมพุทธเจ้าพระองค์ที่ ๑๐ ในพุทธกาลหน้า




ท่านบวชได้ ๕ พรรษา พิจารณาว่าต่อไปจะเริ่งสร้างบารมี ถ้าจะอยู่ในสมณเพศก็จะคับแคบ เพราะจะต้องสงเคราะห์ญาติด้วยอาการต่าง ๆ จะทำให้พระธรรมวินัยของพระสมณโคดมแปดเปื้อนเป็นมลทิน ทั้งจะทำให้ผู้ที่เพ้อเจ้อโง่เขลา  เบาปัญญาต้องมีโทษต่าง ๆ อีกด้วย   ท่านก็เลยปลงจิตลาสิกขาบทจากสมณเพศมาปฏิบัติธรรมในฐานะฆราวาส  โดยตั้งอยู่ในศีล ๕ เป็นปกติ วันพระก็รับศีลอุโบสถเป็นประจำ ส่วนอาชีพอื่น ๆ ตามบรรพบุรุษก็ถือแบบทำมาโดยตลอดเยี่ยงบุคลสามัญทั้งหลาย

บิดามารดาเห็นสมควรให้ครองเรือนโดยสู่ขอแม่เรียบ รสทองให้แต่งงานอยู่กินแบบบุคคลทั่วไป ท่านก็อนุโลมตาม ลาสิกขาบทมาได้ ต ปี ก็แต่งงานอายุ ๓๐ ปี แต่ยังมิได้บอกใครว่าได้บรรลุธรรมอันใด

ท่่านทำนาเกลือเมื่อหน้าแล้ง พอหน้าฝนท่านก็ข้ามมาฝั่งตรงข้ามคือ วัดเกตุมดีฯ ในปัจจุบัน แต่สมัยก่อนเหมือนยังอยู่ในป่าห่างจากบ้านเดิมประมาณ ๒ กิโลเมตร ท่านได้มาแผ้วถางที่บริเวณพระธาตุองค์เก่าที่เหลือแต่ซากหักพังบริเวณใกล้ ๆ ท่าน ปลูกข้าวปีหนึ่ง ๆ ก็ได้ข้าวพอสมควร แต่มักจะมีฝูงนกใหญ่ ๆ มากิน ท่านไม่ไล่และไม่ให้ใครไล่ ท่านบอกว่าให้ทานนกกินก็แล้วกัน


(ต่อมาท่านจึงบอกว่าไม่ประสงค์จะมาปลูกเอาข้าวจะมานั่งพักอยู่   
เพื่อนั่งตรวจสถานที่ให้แน่นอนว่า เป็นที่สร้างบารมีแน่ชัดหรือไม่)



เมื่อท่านอายุได้ ๓๕ ปี ท่านก็ได้เปิดเผยการปฏิบัติธรรมจะขอเริ่มสร้างบารมี โดยครั้งแรกท่านได้ไปกราบบิดามารดาของท่านที่เท้า แล้วบอกว่าได้รู้เห็นธรรมอย่างนั้น ๆ มาตั้งแต่บวช ต่อไปนี้สมควรที่จะสร้างบารมีต่อไปแล้ว ขอให้พ่อแม่ตั้งทุนขึ้นเพื่อสร้างเสริมองค์ำพระธาตุเก่าแก่นี้ก่อนเป็นคนแรก เมื่อบูรณขึ้นแล้วก็ให้พ่อแม่ปลูกต้นโพธิ์อธิษฐานไว้ข้างองค์พระธาตุคนละต้น (ขณะที่ขยายองค์พระธาตุจึงได้ขอตัวตัดออกไป) แต่ส่วนหนึ่งที่แตกจากรากลอดองค์พระธาตุ ดูเหมือนกับมือจะซ้อนองค์พระธาตุข้างที่ทรุดไว้ ปัจจุบันนี้ต้นโพธิ์ส่วนที่แตกออกมานี้ก็ยังอยู่



ท่านเริ่มสอนกรรมฐานตามแบบที่เรียนมาจากหลวงพ่อรุณ วัดช้างเผือกสืบมา แต่ถ้าเป็นคฤหัสถ์จะต้องให้สมาทานศีลห้า ข้อใดข้อหนึ่งตามที่ตนจะรักษาได้ตลอดชีวิตก่อน แล้วท่านจะบอกให้เรียนกรรมฐาน ต่อจากนั้นท่านก็บูรณะวัดบางโทรัด แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นวัดบัณฑูรย์สิงห์ในปัจจุบัน โดยสืบต่อจากพ่อแม่ของท่านได้สร้างมา และเปลี่ยนจากเดิมทุกอย่าง จากไม้มาเป็นคอนกรีตทั้งหมด



ท่านได้สอนธรรมมาโดยตลอด และสถานที่เกตุมดีฯท่านให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมของลูกศิษย์  ที่มุ่งสู่ความสงบโดยแท้จริง  และสามารถมาพักเพื่อปฏิบัติธรรมติดต่อ

ท่านได้สร้างบารมีโดยตลอดมาถึงอายุ ๗๒ ปี เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๖ ท่านได้ถึงแก่กรรมทิ้งขันธ์ละโลกนี้ไป เหลือไว้ให้แต่อาณาเขตบริเวณพระธาตุเกตุมวดีย์ พร้อมทั้งอธิษฐานจิตไว้ ๓ ประการ ณ เกตุมวดีย์มงคลสถานแห่งนี้

๑. ผู้ใดเคยเป็นญาติมาแต่อดีต เมื่อเกิดขึ้น ขอจงมาสร้างกุศลบารมีอธิษฐานต่อไป ณ สถานที่นี้


๒ ผู้ใดได้ทำบุญสร้างกุศลมามาก ขอจงมาสร้างบารมีและอธิษฐานต่อไป ณ สถานที่นี้


๓. ผู้ใดได้สร้างบารมีอธิษฐานเป็นพระโพธิสัตว์ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ขอจงอธิษฐานสร้างบารมีต่อไป ณ สถานที่นี้


ผลงาน / ผลงานหรือเกียรติคุณที่ได้รับ
ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย ( ต.ม. ) เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ ๒๕๐๓



โดย: Sornpraram    เวลา: 2014-3-24 08:29
ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ วัดเกตุมวดีย์ สมุทรสาคร(อนาคตวงศ์องค์ที่9)ภาพนี้เป็นภาพซีเปียกาดร์เดิมๆ ขนาดภาพ8.5*11นิ้ว กาดร์12*15นิ้วมีขนาดภาพค่อนข้างใหญ่ซึ่งพบน้อยมาก ภาพนี้ท่านถ่ายในช่วงยุคแรกสมัยท่านยังหนุ่มๆที่เริ่มจะก่อตั้งวัดโดยการสร้างเจดีย์ที่อยู่ข้างหลัง จนปัจจุบันนี้วัดท่านใหญ่โต และเป็นภาพแรกในวงการที่ได้พบเห็นและเป็นภาพเดียวที่ทันท่าน สภาพสมบูรณ์มากๆ ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ผู้ซึ่งรับคำทำนายว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป ประวัติของท่านน่าสนใจอย่างยิ่ง เชิญติดตามได้เลยครับ > > >




ท่านพ่อเกิดเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๓๔ ตรงกับวันอาทิตย์ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๖ ปีเถาะ เกิดที่หมู่ ๘ ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เกตุมวดีย์ ถือกำเนิดดังปรากฏอยู่นี้ โดยอธิฐานบารมีของท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ธรรมบัณฑิต (เจิม คุณาบุตร) ตั้งขึ้นเมื่อเพ็ญเดือน ๑๒ ปีพุทธศักราช ๒๔๗๖

ขณะเมื่อท่านบวชเป็นภิกษุอยู่ ได้ปรากฏธรรมอันเห็นแจ้ง และอาจรู้อดีต อนาคตได้ รู้ว่าตนได้ปรารถนาพระโพธิญาณมา ๒๙ กัลป์แล้ว และได้รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้ามีพระสมณโคดมเป็นที่สุดว่า จักได้ตรัสรู้ในพุทธกัลป์ต่อไปข้างหน้า


ท่านจึงค้นหาสถานที่ที่พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ได้สร้างบารมีกันสืบเนื่องมาโดยการเดินธุดงค์ จาริกไปตามสถานที่ต่าง ๆ พบบ้างบางแห่ง แต่มีความเป็นไปในอนาคตยังยิ่งหย่อนกว่ากันไปบ้าง ยังไม่พร้อม เมื่อเข้ามาค้นหาสถานที่ซึ่งอยู่ในป่าลึกเข้าไป ห่างจากบ้านเกิดประมาณ ๒ กิโลเมตร ใช้การพิจารณาโดยญาณอย่างละเอียดถี่ถ้วน ยังความประหลาดอัศจรรย์หลายประการเกิดขึ้นในญาณขณะพิจารณาของท่าน จึงได้ตั้งสัจจะอธิษฐานบารมี ณ สถานที่พระเกตุมวดีย์นี้ต่อไปเพื่อสร้างกุศลหวังสัมมาสัมโพธิญาณในภายหน้า เพราะสถานที่นี้มีสิ่งต่าง ๆ มากมายในอดีต ดังที่ท่านทั้งหลายได้พบเห็นอยู่ในขณะนี้ ทั้งที่เป็นภายนอกและภายในท่านจึงได้ขอแบ่งทรัพย์ส่วนหนึ่งของบิดามารดา


ให้มาร่วมตั้งองค์พระเจดีย์ขึ้น (ขณะนั้นอายุประมาณ ๓๐ ปีเศษ ยังไม่ได้สอนกรรมฐานแก่ใคร) ครั้งแรกสูง ๙ ศอก และได้อัญเชิญพระบรมธาตุของท่านที่มีอยู่และมาโดยทางอากาศลงบรรจุไว้และขอให้บิดามารดาปลูกต้นโพธิ์อธิษฐานจิตไว้ ต่อมาได้สร้างขึ้นอีกโดยหุ้มองค์เดิมสูง ๙ วา และได้ชักชวนสานุศิษย์เตรียมที่จะสร้างองค์ต่อไปท่านได้อธิษฐานไว้สูงอีกเท่าหนึ่งคือ ๑๘ วา ถึงแม้ท่านจะต้องมรณะลง จำต้องทิ้งขันธ์เสียก่อนที่จะลงเข็มสร้าง ทั้งยังอธิษฐานขอให้ผู้เคยเป็นญาติทั้งหลายในอดีตที่เกิดแล้วมาร่วมสร้างบารมี ร่วมกันสร้างองค์พระธาตุเกตุมวดีย์ต่อไป ธรรมดาสัจจะวาจาของพุทธพงษ์บรมโพธิสัตว์นั้นเมื่อตั้งสัจจะลงแล้วในมนุษย์โลกก็ดี เทวดาโลกก็ดีย่อมนับเข้าในอธิษฐานบารมี สัจจะบารมี รวมในบารมี ๓๐ ทัศนี้ด้วย ดังนั้นท่านจึงแบ่งทิพย์บารมีมาปรากฏ ปกป้องคุ้มครองรักษาสถานเกตุมวดีย์ศรีมงคลมหาสถาน ตลอดจนสานุศิษย์ที่ประพฤติตามโอวาทของท่านได้ดังปรากฏประทับจิตใจแก่ท่านทั้งหลายอยู่แล้ว และองค์พระบรมธาตุเกตุมวดีย์นี้จักสำเร็จตามปณิธานสัจจะอธิษฐานของท่านอย่างแน่นอนโดยไม่ต้องสงสัย >>>

ท่านได้สร้างบารมีโดยตลอดมาถึงอายุ ๗๒ ปี เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๖ ท่านได้ถึงแก่กรรมทิ้งขันธ์ละโลกนี้ไป เหลือไว้ให้แต่อาณาเขตบริเวณพระธาตุเกตุมวดีย์ พร้อมทั้งอธิษฐานจิตไว้ ๓ ประการ ณ เกตุมวดีย์มงคลสถานแห่งนี้ ๑. ผู้ใดเคยเป็นญาติมาแต่อดีต เมื่อเกิดขึ้น ขอจงมาสร้างกุศลบารมีอธิษฐานต่อไป ณ สถานที่นี้ ๒ ผู้ใดได้ทำบุญสร้างกุศลมามาก ขอจงมาสร้างบารมีและอธิษฐานต่อไป ณ สถานที่นี้ ๓. ผู้ใดได้สร้างบารมีอธิษฐานเป็นพระโพธิสัตว์ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ขอจงอธิษฐานสร้างบารมีต่อไป ณ สถานที่นี้


ที่มา..http://www.taradpra.com/itemDeta ... 98&storeNo=7605

โดย: Sornpraram    เวลา: 2014-3-24 08:36
เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ วัดเกตุมดีศรีวราราม จ.สมุทรสาคร โดย พระเดชพระคุณ พระครูภาวนาวรคุณ (หลวงพ่อใหญ่)
ได้ทำพิธีเปิดกรุพระบรมธาตุเกตุมวดีย์ (องค์เดิม) ได้พบพระเนื้อดินที่สร้างโดย ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์
นำมาบรรจุไว้เพื่อสืบอายุพระพุทธศาสนา จำนวนมาก ๘๔,๐๐๐ องค์
ซึ่งถ้านับจากอายุการสร้างถึงปัจจุบันก็มีอายุได้ ๑๐๐ กว่าปีแล้ว

พระกรุเนื้อดินที่พ่อท่านบัณฑูรสิงห์ได้สร้างบรรจุกรุไว้นี้ หลวงพ่อใหญ่ได้ขนานนามว่า
“ หลวงพ่อมหาสิทธิโชค ”




เป็นพระเนื้อดินเผาพิมพ์สี่เหลี่ยมเป็นรูปพระพุทธแบบต่างๆ มีทั้งที่ประทับสัตว์แบบลพ.ปานก็มี
ว่ากันว่าท่านพ่อบัณฑูรสืงห์ได้ทำพิธีพลีดินจากสถานที่สำคัญต่างๆ และดินจากสังเวชนียสถานทั้ง 4 มาผสมสร้าง
เสร็จแล้วได้นิมนต์ ลพ.ปาน วัดบางนมโค และ ลพ.จง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา ซึ่งเป็นสหธรรมิกกันมาร่วมอธิษฐานจิตก่อนบรรจุกรุ

พ่อท่านบัณฑูรย์สิงห์ ท่านเป็นฆราวาสผู้ทรงธรรมชั้นสูง ปรารถนาพระโพธิญาณ
ท่านสามารถระลึกชาติแต่หนหลังได้ว่า เกิดมาแล้ว 72 กัลป์ เคยอธิษฐานสร้างบารมีเป็นพระโพธิสัตว์มาตลอด
อนาคตจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ 9 ในพระพุทธศาสนา นามว่า พระติสสะสัมมาสัมพุทธเจ้า
ซึ่งได้รัฐญาเทศหรือพุทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าพระสมนโคดมแล้วเมื่ออดีตชาติสมัยที่เกิดเป็น ช้างนาฬาคิริง
และจะเกิดมาในตระกูลสามัญชนอีกเพียงชาตินี้เท่านั้น


ต่อไปก็จะไปเกิดเมื่อพระศรีอาริยเมตตรัยมาตรัสรู้เป็นพระสัมสัมพุทธเจ้า ท่านจะเป็นพระพุทธอุปัฏฐากบำรุงอยู่ตลอด
ถึงพระศรีอริยเมตตรัยดับขันธ์ปรินิพพาน ท่านพ่อก็จะยับยั้งอยู่ดุสิตเทวโลก
จนกว่าถึงสมัยที่ท่านจะมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ที่ 9 ในพุทธกาลหน้า

โดย: sritoy    เวลา: 2014-3-24 20:05
สาธุขอกราบพ่อท่านบัณฑูรย์สิงห์ตรับ
โดย: Sornpraram    เวลา: 2016-12-27 05:34


โดย: Nujeab    เวลา: 2016-12-27 10:52
สาธุ กราบ กราบ กราบ
โดย: Metha    เวลา: 2016-12-28 02:56

โดย: oustayutt    เวลา: 2017-1-5 21:39
ขอบคุณครับ
โดย: Sornpraram    เวลา: 2020-4-14 07:19


โดย: Metha    เวลา: 2020-4-18 02:00

โดย: Sornpraram    เวลา: 2020-5-22 09:26





ยินดีต้อนรับสู่ Baan Jompra (http://baanjompra.com/webboard/) Powered by Discuz! X3.2