ดอกไม้ประจำจังหวัด | กระบี่ |
ชื่อดอกไม้ | ดอกทุ้งฟ้า |
ชื่อสามัญ | |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Alstonia macrophylla Wall. |
วงศ์ | APOCYNACEAE |
ชื่ออื่น | ทุ้งฟ้าไก่, ตีนเทียน, พวมพร้าว |
ลักษณะทั่วไป | เป็นไม้ยืนต้น สูง 15-25 เมตร ไม่ผลัดใบ ลำต้นเปลาตรง เปลือกสีขาวอมเทา มีน้ำยางสีขาว ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงรอบข้อ ข้อละ 3-4 ใบ แผ่นใบรูปหอกกลับ กว้าง 3-8 ซม. ยาว 10-30 ซม. ปลายเป็นติ่งแหลม ท้องใบมีคราบสีขาว หลังใบสีขาว ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง จำนวนมาก กลีบดอกสีขาวหรือขาวอมเหลืองเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ออกดอกระหว่าง เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | เป็นไม้ที่ต้องการความชื้นมาก เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ระบายน้ำได้ดี |
ถิ่นกำเนิด | ป่าดงดิบ ภาคใต้ |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | กาญจนบุรี |
ชื่อดอกไม้ | ดอกกาญจนิกา |
ชื่อสามัญ | Night Flower Jasmin |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Nyctathes arbotristis |
วงศ์ | |
ชื่ออื่น | |
ลักษณะทั่วไป | เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ 15 เมตร ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ สลับกันไปตามข้อของต้น สีเขียวมีขนอ่อนๆ ออกดอกเป็นช่อ ตามส่วนยอดและโคนก้านใบ แต่ละช่อมีดอกประมาณ 5-8 ดอก ดอกสีขาวมี 6 กลีบ กลีบดอกจะบิดเวียนไปทางขวางคล้ายกังหัน ปลายกลีบเหมือนหางปลา วงในดอกเป็นสีแดงแสด หลอดดอกสีแง เกสรเป็นเส้นเล็กละเอียดซ้อนอยู่ในหลอดดอก มีกลิ่นหอม บานกลางคืน ออกดอกตลอดปี |
การขยายพันธุ์ | เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และปักชำ |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนซุยระบายน้ำได้ดี ความชื้นปานกลาง แสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | ประเทศอินเดีย |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | กาฬสินธุ์, พัทลุง |
ชื่อดอกไม้ | ดอกพะยอม |
ชื่อสามัญ | Shorea white Meranti |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Shorea talura Roxb. |
วงศ์ | DIPTEROCARPACEAE |
ชื่ออื่น | กะยอม (เชียงใหม่), ขะยอม (ลาว), ขะยอมดง พะยอมดง (ภาคเหนือ), แคน (ลาว), เชียง เซี่ยว (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่), พะยอม (ภาคกลาง), พะยอมทอง (สุราษฎร์ธานี, ปราจีนบุรี), ยางหยวก (น่าน) |
ลักษณะทั่วไป | พะยอมเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 15–20 เมตร ทรงพุ่มกลม ผิวเปลือกสีน้ำหรือเทา เนื้อไม้มีสีเหลืองแข็ง ลำต้นแตกเป็นร่องตามยาวมีสะเก็ดหนา ใบเป็นรูปมนรี ปลายใบแหลม โคนใบสอบมน ขอบใบเรียบ ด้านหลังใบมีเส้นใบชัด ดอกออกเป็นช่อ ใหญ่ส่วนยอดของต้น ดอกมีกลีบ 3 กลีบ โคนกลีบดอกติดกับก้านดอกมีลักษณะกลม กลีบดอกเรียบโค้งเล็กน้อย มีสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอม |
การขยายพันธุ์ | การเพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | สภาพดินทุกชนิด เป็นไม้กลางแจ้ง สามารถปรับเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีมาก |
ถิ่นกำเนิด | พบตามป่าผลัดใบ และป่าดิบ เป็นไม้พื้นเมืองของเอเชีย ไทย, พม่า, มาเลเซีย |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | กำแพงเพชร, ยะลา, ลพบุรี |
ชื่อดอกไม้ | ดอกพิกุล |
ชื่อสามัญ | Bullet Wood, Spanish Cherry |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Mimusops elengi Linn. |
วงศ์ | SAPOTACEAE |
ชื่ออื่น | กุน (ภาคใต้), แก้ว (ภาคเหนือ), ซางดง (ลำปาง), พิกุลป่า (สตูล), พิกุลเขา พิกุลเถื่อน (นครศรีธรรมราช), พิกุล (ทั่วไป) |
ลักษณะทั่วไป | พิกุลเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ 8–15 เมตร เป็นพุ่มทรงกลมใบออกเรียงสลับกันใบมนรูปไข่ปลายแหลม ลักษณะโคนใบมน สอบขอบใบโค้งเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบเป็นมันสีเขียว ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกดอกเป็นกระจุกตามง่ามใบหรือยอด มีกลีบดอกประมาณ 8 กลีบ เรียงซ้อนกัน กลีบดอกเป็นจักรเล็กน้อย สีขาวนวลมีกลิ่นหอมมาก ผลรูปไข่หรือกลมรีผลแก่มีสีแสด เนื้อในเหลืองรสหวาน ภายในมีเมล็ดเดียว |
การขยายพันธุ์ | เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ขอนแก่น, นครศรีธรรมราช |
ชื่อดอกไม้ | ดอกราชพฤกษ์ |
ชื่อสามัญ | Golden Shower Tree, Purging Cassia |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Cassis fistula Linn. |
วงศ์ | LEGUMINOSAE |
ชื่ออื่น | คูน(อีสาน), ลมแล้ง(ภาคเหนือ), ลักเกลือ ลักเคย(ปัตตานี), อ้อดิบ(ภาคใต้), กุเพยะ(กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), ชัยพฤกษ์ ราชพฤกษ์(ภาคกลาง) |
ลักษณะทั่วไป | ราชพฤกษ์เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ 12–15 เมตร ลำต้นสีขาวปนเทา ผิวเรียบมีรอยเส้นรอบต้น และ รอยปมอยู่บริเวณที่เกิดกิ่ง ใบเป็นใบประกอบมีใบย่อยเป็นคู่ออกจากก้านใบ ใบย่อยมีประมาณ 4–8 คู่ ใบรี รูปไข่ โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบสีเขียว ออกดอกสีเหลือง เป็นช่อห้อยระย้าตามก้านใบ เวลาออกดอกใบจะร่วง |
การขยายพันธุ์ | เพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย ดินร่วนเหนียว ต้องการน้ำน้อยทนแล้ง แสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอนกลาง ทางใต้ของอเมริกา และออสเตรเลียตอนเหนือ |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | จันทบุรี |
ชื่อดอกไม้ | ดอกเหลืองจันทบูร |
ชื่อสามัญ | |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Dendrodium friedericksianum Rchb. f. |
วงศ์ | ORCHIDACEAE |
ชื่ออื่น | หวายเหลืองจันทบูร |
ลักษณะทั่วไป | เป็นกล้วยไม้ที่มีลำลูกกล้วยลักษณะเป็นโคนเล็กแล้วค่อยโป่งไปทางตอนปลายขนาดลำยาวมาก บางต้นยาวถึง 75 เซนติเมตร เมื่อลำแก่จะเป็นสีเหลืองโดยด้านข้างของลำจะมีใบอยู่ทั้งสองข้าง ออกดอกในเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ช่อดอกออกตามข้อของลำ ออกดอกเป็นช่อๆ ละ 2–4 ดอก กลีบดอกเป็นมัน รอบแรกดอกจะเป็นสีเหลืองอ่อนแล้วจะค่อยๆ เข้มขึ้นจนเป็นสีจำปา ปากสีเข้มกว่ากลีบ ในคอมีสีแต้มเป็นสีเลือดหมู 2 แต้ม ขนาดดอกโตประมาณ 5 เซนติเมตร |
การขยายพันธุ์ | แยกลำ |
สภาพที่เหมาะสม | เป็นกล้วยไม้รากอากาศ ชอบอากาศชื้น |
ถิ่นกำเนิด | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออก |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ฉะเชิงเทรา, นนทบุรี, พิษณุโลก |
ชื่อดอกไม้ | ดอกนนทรี |
ชื่อสามัญ | Yellow Flamboyant |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Peltophorum pterocarpum (DC.) K. Heyne |
วงศ์ | LEGUMINOSAE |
ชื่ออื่น | กระถินป่า กระถินแดง (ตราด), นนทรี (ทั่วไป) สารเงิน (แม่ฮ่องสอน) |
ลักษณะทั่วไป | เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มสูงได้ถึง 25 เมตร กึ่งผลัดใบ เรือนยอดรูปร่ม แผ่กว้าง ใบเป็นใบประกอบขนนกสองชั้นรูปไข่ ออกดอกเป็นช่อตั้งขนาดใหญ่ที่ปลายกิ่ง สีเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกดอกในฤดูแล้ง ช่วง เดือนมีนาคม-มิถุนายน |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | ดินทั่วไป ชอบแสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | เอเชียเขตร้อน |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ชลบุรี, ร้อยเอ็ด, ระยอง, อุตรดิตถ์ |
ชื่อดอกไม้ | ดอกประดู่ |
ชื่อสามัญ | Angsana, Padauk |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Pterocarpus indicus Willd |
วงศ์ | LEGUMINOSAE |
ชื่ออื่น | สะโน (ภาคใต้) |
ลักษณะทั่วไป | ลำต้นสูง 10–20 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดกลมหรือรูปเจดีย์เตี้ย แผ่กว้าง หนาทึบ ใบประกอบขนนก รูปไข่ เรียบหนา ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มี 5 กลีบ สีเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ดอกบานแล้วร่วงพร้อมๆ กัน ออกดอกช่วงเดือน เมษายน-สิงหาคม |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | ดินทั่วไป ชอบแสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | อินเดีย, พม่า, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ชัยนาท |
ชื่อดอกไม้ | ดอกชัยพฤกษ์ |
ชื่อสามัญ | Javanese Cassia, Rainbow Shower |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Cassia javanica L. |
วงศ์ | LEGUMINOSAE |
ชื่ออื่น | ขี้เหล็กยะวา |
ลักษณะทั่วไป | ลำต้นสูง 15–25 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดรูปร่ม แผ่กว้าง ใบประกอบขนนก รูปไข่แกมรูปรี ใต้ใบมีขน ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มี 5 กลีบ สีชมพู โคนคอดเป็นก้านดอกจำนวนมากออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | ดินทราย ชอบแสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | อินโดนีเซีย และแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ชัยภูมิ |
ชื่อดอกไม้ | ดอกกระเจียว |
ชื่อสามัญ | Siam Tulip |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Curcuma |
วงศ์ | ZINGIBERACEAE |
ชื่ออื่น | กาเตียว (ตะวันออกเฉียงเหนือ), จวด (ใต้), อาวแดง (เหนือ) |
ลักษณะทั่วไป | กระเจียว เป็นพืชล้มลุกมีเหง้าอยู่ในดิน จะพักตัวในฤดูหนาวและร้อน เมื่อถึงฤดูฝนจึงจะเริ่มผลิใบและดอก ใบยาวคล้ายใบพาย ออกใบและดอกพร้อมกัน ต้นสูงประมาณ 2 ฟุต ดอกสีเหลืองในแดง กาบดอกสีม่วง ออกดอกพร้อมกัน |
การขยายพันธุ์ | แยกหน่อ |
สภาพที่เหมาะสม | อากาศชื้นเย็น |
ถิ่นกำเนิด | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ตามเขตชายแดนไทย-ลาว และตามเขตชายแดนไทย-เขมร |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ชุมพร |
ชื่อดอกไม้ | ดอกพุทธรักษา |
ชื่อสามัญ | Butsarana |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Canna indica Linn. |
วงศ์ | CANNACEAE |
ชื่ออื่น | |
ลักษณะทั่วไป | พุทธรักษาเป็นพรรณไม้ล้มลุก เนื้ออ่อนอวบน้ำ ลำต้นสูงประมาณ 1–2 เมตร มีลำต้นอยู่ใต้ดินเรียกว่า เหง้า เจริญเติบโต โดยแตกหน่อเป็นกอคล้ายกล้วย ใบมีขนาดใหญ่สีเขียวโคนใบและปลายใบรีแหลม ขอบใบเรียบ กลางใบเป็นเส้นนูนเห็นชัด ใบมีก้านใบยาวเป็นกาบใบหุ้มลำต้นซ้อนสลับกัน ออกดอกเป็นช่อตรงส่วนยอดของลำต้น ช่อดอกยาวประมาณ 15–20 เซนติเมตร ประกอบด้วยดอก 8–10 ดอก และมีกลีบดอกบางนิ่ม ขนาดของดอกและสีสันแตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์ |
การขยายพันธุ์ | การเพาะเมล็ด, แยกหน่อ |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนซุย แสงแดดจัดกลางแจ้ง |
ถิ่นกำเนิด | ประเทศอินเดีย |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | เชียงราย |
ชื่อดอกไม้ | ดอกพวงแสด |
ชื่อสามัญ | Orange Trumpet, Flame Flower. |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Pyrostegia venusta., Miers. |
วงศ์ | BIGNONIACEAE |
ชื่ออื่น | |
ลักษณะทั่วไป | พวงแสดเป็นพันธุ์ไม้เถาเลื้อยที่มีขนาดใหญ่ สามารถเลื้อยเกาะได้ไกลมากกว่า 40 ฟุต เถาอ่อนสีเขียว เมื่อแก่จะกลายเป็นสีน้ำตาล ใบเป็นใบประกอบ มี 3 ใบย่อย แต่จะมีบางใบที่เป็นคู่โดยใบย่อยที่สามที่อยู่ตรงกลางจะเปลี่ยนจากใบเป็นมือเกาะ ใบออกสลับกัน สีเขียวเข้ม ก้านใบสั้นเกือบชิดกิ่ง ใบรูปไข่ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบไม่มีจัก ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ และตามปลายกิ่งส่วนยอดดอกดกจนดูแน่นช่อ มีกลีบรองดอก เป็นรูปถ้วย หรือรูปกระดิ่งหงาย ดอกเป็นรูปทรงกรวย เรียวยาว ปลายดอกจะบานออกเป็น 4 กลีบ เมื่อดอกบานเต็มที่กลีบดอกจะงอโค้งลงข้างล่าง ดอกยาวประมาณ 5–6 เซนติเมตร ภายในดอกมีเกสรตัวผู้ 4 อัน สั้นยาวไม่เท่ากัน สั้น 2 อัน และยาว 2 อัน เกสรตัวเมีย 1 อัน อยู่ตรงกลาง สีตองอ่อน และยาวกว่าเกสรตัวผู้ พวงแสดออกดอกช่วง เดือนธันวาคม–มีนาคม ของทุกปี |
การขยายพันธุ์ | ปักชำกิ่ง, ตอนกิ่ง |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วน ไม่ต้องการน้ำมาก แสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | ประเทศบราซิลและอาเจนตินา |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | เชียงใหม่, ลำพูน, อำนาจเจริญ, อุดรธานี |
ชื่อดอกไม้ | ดอกทองกวาว |
ชื่อสามัญ | Flame of the forest, Bastard Teak, Bengal kinotree, Kino tree |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Butea monosperma |
วงศ์ | LEGUMINOSAE |
ชื่ออื่น | กวาว ก๋าว (ภาคเหนือ), จอมทอง (ภาคใต้), จ้า (เขมร), ทองธรรมชาติ ทองพรหมชาติ ทองต้น (ภาคกลาง), ดอกจาน (อิสาน) |
ลักษณะทั่วไป | ทองกวาวเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูงประมาณ 10–15 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดรูปทรงไม่แน่นอน ส่วนใหญ่จะกลม หรือเป็นทรงกระบอก ใบประกอบมี 3 ใบ ขนาดไม่เท่ากัน ใบหนาและมีขน ใต้ใบสีเขียวอมเทา ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง คล้ายดอกถั่ว สีแสดแดงหรือเหลือง มีขน ออกดอก เดือนธันวาคม–มีนาคม ผลเป็นฝักแบน มีขนนุ่ม เมล็ด 1 เมล็ดอยู่ที่ปลายฝัก |
การขยายพันธุ์ | การเพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนซุย แสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | อินเดีย |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ตรัง |
ชื่อดอกไม้ | ดอกศรีตรัง |
ชื่อสามัญ | |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Jacaranda filicifolia D. Don. |
วงศ์ | BIGNONIACEAE |
ชื่ออื่น | แคฝอย (กรุงเทพฯ), ศรีตรัง (ตรัง) |
ลักษณะทั่วไป | เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบสูง 5–10 เมตร เรือนยอดโปร่ง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกตรงกันข้าม ใบย่อยเล็ก ออกดอกเป็นช่อใหญ่ตามกิ่ง ดอกสีม่วง กลีบดอก 5 กลีบเชื่อมกันเป็นหลอด เมื่อบานเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซ.ม. ออกดอกช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ผลเป็นฝักแบน เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีก เมล็ดมีปีก |
การขยายพันธุ์ | การเพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | ดินทุกชนิด เป็นไม้กลางแจ้ง ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง |
ถิ่นกำเนิด | เป็นไม้ท้องถิ่นของอเมริกาใต้ |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ตาก, น่าน |
ชื่อดอกไม้ | ดอกเสี้ยวดอกขาว |
ชื่อสามัญ | Orchid Tree, Purple Bauhinia |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Bauhinia variegata L. |
วงศ์ | LEGUMINOSAE |
ชื่ออื่น | เสี้ยวป่าดอกขาว |
ลักษณะทั่วไป | ต้นสูง 5–10 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดกลม ใบเดี่ยวค่อนข้างกลม ปลายและโคนใบเว้า คล้ายใบแฝดติดกัน ใต้ใบมีขน ออกดอกเป็นช่อที่ซอกใบและปลายกิ่ง 6–10 ดอก มี 5 กลีบคล้ายดอกกล้ายไม้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกดอกตลอดปี ดอกดกช่วง เดือนพฤศจิกายน–มีนาคม ผลเป็นฝักแบน เมื่อแก่จะแตกเป็น 2 ซีก |
การขยายพันธุ์ | เพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | เติบโตได้ดีในดินที่ระบายน้ำดี ความชื้นสูง แสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | อินเดีย, มาเลเซีย |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | นครนายก, บุรีรัมย์ , สระบุรี, สุพรรณบุรี, อุทัยธานี |
ชื่อดอกไม้ | ดอกสุพรรณิการ์ |
ชื่อสามัญ | Yellow Cotton Tree |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Cochlospermum regium (Mart. & Schrank) Pilg. |
วงศ์ | BIXACEAE (COCHLOSPERMACEAE) |
ชื่ออื่น | ฝ้ายคำ (ภาคเหนือ), สุพรรณิการ์ (ภาคกลาง) |
ลักษณะทั่วไป | ต้นสูง 7–15 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดค่อนข้างกลม ใบเดี่ยว รูปหัวใจหรือทรงกลม ใบจักเป็นแฉกแหลมลึก 3–5 แฉก ก้านใบยาวสีแดงอมน้ำตาล ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง สีเหลือง ออกดอกช่วง เดือนธันวาคม-มีนาคม |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ด ปักชำ |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย อากาศเย็น แสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | นครพนม, สุรินทร์ |
ชื่อดอกไม้ | ดอกกันเกรา |
ชื่อสามัญ | Anan, Tembusu |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Fagraea fragrans Roxb. |
วงศ์ | LOGANIACEAE |
ชื่ออื่น | กันเกรา (ภาคกลาง), ตะมะซู ตำมูซู (มลายู-ภาคใต้), ตาเตรา (เขมร-ภาคตะวันออก), ตำเสา ทำเสา (ภาคใต้), มันปลา (ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) |
ลักษณะทั่วไป | ต้นสูงประมาณ 20–30 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดรูปไข่หรือรูปกรวยคว่ำ หนาทึบ ใบเดี่ยว รูปรีหรือแกมใบหอก สีเขียวเข้มเป็นมัน ใต้ใบสีอ่อน ออกดอกเป็นช่อจำนวนมากที่ปลายกิ่ง ดอกสีขาว แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเมื่อใกล้โรย มีกลิ่นหอมเย็น ลักษณะดอกคล้ายแจกัน ออกดอกตลอดปี |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | เติบโตได้ดีในที่ชื้นแฉะ แสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | ป่าเบญจพรรณและตามที่ใกล้แหล่งน้ำใน ประเทศอินเดีย, มาเลเซีย, พม่า, เวียดนาม และประเทศไทย |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | นครราชสีมา |
ชื่อดอกไม้ | ดอกสาธร |
ชื่อสามัญ | |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Millettia leucantha Kurz |
วงศ์ | LEGUMINOSAE |
ชื่ออื่น | กระเจาะ ขะเจาะ (ภาคเหนือ), กระพีเขาควาย (ประจวบคีรีขันธ์), กะเชาะ (ภาคกลาง), ขะแมบ คำแมบ (เชียงใหม่), สาธร (ภาคเหนือ) |
ลักษณะทั่วไป | เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูง 18-19 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ ค่อนข้างกลมหรือทรงกระบอก เปลือกสีเทาเรียบหรือ แตกเป็นสะเก็ดเล็กๆ ใบเป็นใบประกอบเรียงสลับ ใบย่อยติดเป็นคู่ตรงกันข้าม 3-5 คู่ ปลายสุดเป็นใบเดี่ยว แผ่นใบ ย่อยรูปรี กว้าง 3-5 ซม. ยาว 5-12 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ใบและยอดอ่อนมีขนยาว ดอกสีขาว รูปดอกถั่ว สีชมพูอ่อน ออกเป็นช่อตามง่ามใบและปลายกิ่ง ออกดอกระหว่างเดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | เป็นไม้กลางแจ้ง เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินร่วน ต้องการน้ำและความชื้นมาก |
ถิ่นกำเนิด |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ขอนแก่น, นครศรีธรรมราช |
ชื่อดอกไม้ | ดอกราชพฤกษ์ |
ชื่อสามัญ | Golden Shower Tree, Purging Cassia |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Cassis fistula Linn. |
วงศ์ | LEGUMINOSAE |
ชื่ออื่น | คูน(อีสาน), ลมแล้ง(ภาคเหนือ), ลักเกลือ ลักเคย(ปัตตานี), อ้อดิบ(ภาคใต้), กุเพยะ(กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), ชัยพฤกษ์ ราชพฤกษ์(ภาคกลาง) |
ลักษณะทั่วไป | ราชพฤกษ์เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ 12–15 เมตร ลำต้นสีขาวปนเทา ผิวเรียบมีรอยเส้นรอบต้น และ รอยปมอยู่บริเวณที่เกิดกิ่ง ใบเป็นใบประกอบมีใบย่อยเป็นคู่ออกจากก้านใบ ใบย่อยมีประมาณ 4–8 คู่ ใบรี รูปไข่ โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบสีเขียว ออกดอกสีเหลือง เป็นช่อห้อยระย้าตามก้านใบ เวลาออกดอกใบจะร่วง |
การขยายพันธุ์ | เพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย ดินร่วนเหนียว ต้องการน้ำน้อยทนแล้ง แสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอนกลาง ทางใต้ของอเมริกา และออสเตรเลียตอนเหนือ |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | นครสวรรค์ |
ชื่อดอกไม้ | ดอกเสลา |
ชื่อสามัญ | |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Lagerstroemia loudonii Binn. |
วงศ์ | LYTHRACEAE |
ชื่ออื่น | เกรียบ ตะเกรียบ (ชอง-จันทบุรี), ตะแบกขน (นครราชสีมา), เสลาใบใหญ่ (ทั่วไป), อินทรชิต |
ลักษณะทั่วไป | ต้นสูงได้ถึง 20 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดกลมหรือทรงกระบอก หนาทึบ ใบเดี่ยวรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลมเป็นติ่งโคนมน ใบหนา และมีขนนุ่มทั้งสองด้าน ออกดอกเป็นช่อตามกิ่ง มี 6 กลีบ โคนคอดเป็นก้านสั้น มีหลายสี เช่น ขาว ม่วง ม่วงอมแดงกลีบดอกบาง ยับย่นออกดอก เดือนธันวาคม–มีนาคม ผลกลมรี เปลือกแข็ง เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 5–6 พู เมล็ดจำนวนมาก มีปีก |
การขยายพันธุ์ | เพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนซุย แสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | เอเชียเขตร้อน |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ฉะเชิงเทรา, นนทบุรี, พิษณุโลก |
ชื่อดอกไม้ | ดอกนนทรี |
ชื่อสามัญ | Yellow Flamboyant |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Peltophorum pterocarpum (DC.) K. Heyne |
วงศ์ | LEGUMINOSAE |
ชื่ออื่น | กระถินป่า กระถินแดง (ตราด), นนทรี (ทั่วไป) สารเงิน (แม่ฮ่องสอน) |
ลักษณะทั่วไป | เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มสูงได้ถึง 25 เมตร กึ่งผลัดใบ เรือนยอดรูปร่ม แผ่กว้าง ใบเป็นใบประกอบขนนกสองชั้นรูปไข่ ออกดอกเป็นช่อตั้งขนาดใหญ่ที่ปลายกิ่ง สีเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกดอกในฤดูแล้ง ช่วง เดือนมีนาคม-มิถุนายน |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | ดินทั่วไป ชอบแสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | เอเชียเขตร้อน |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | นราธิวาส |
ชื่อดอกไม้ | ดอกบานบุรี |
ชื่อสามัญ | Golden trumpet, Allamanda |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Allamanda cathartica Linn. |
วงศ์ | APOCYNACEAE |
ชื่ออื่น | บานบุรีหอม, บานบุรีแสด |
ลักษณะทั่วไป | เป็นไม้เถาเล็ก ใบยาวกว้างปลายแหลม ดอกคล้ายดอกผักบุ้ง สีม่วง สีเหลือง หรือสีแสดตามพันธุ์ กลิ่นหอมอ่อน ออกดอกตลอดปี |
การขยายพันธุ์ | โดยการตอนกิ่ง หรือปักชำ |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนซุย แสงแดดปานกลาง |
ถิ่นกำเนิด | บราซิล และอเมริกาเขตร้อน |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ปทุมธานี, พิจิตร, สุโขทัย, หนองบัวลำภู, อุบลราชธานี |
ชื่อดอกไม้ | ดอกบัวหลวง |
ชื่อสามัญ | Nelumbo nucifera |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Nymphaea lotus Linn. |
วงศ์ | NYMPHACACEAE |
ชื่ออื่น | บุณฑริก, สัตตบงกช |
ลักษณะทั่วไป | เป็นพรรณไม้น้ำประเภทพืชล้มลุก มีลำต้นและหัวอยู่ในดินใต้น้ำ การเจริญชูก้านใบและดอกขึ้นมาบนผิวน้ำ ใบมีลักษณะกลมกว้างใหญ่ ผิวใบเรียบ สีเขียวขอบน้ำตาล ดอกเป็นกลีบซ้อนกันหลายชั้น มีสีขาว ชมพู เหลือง ลักษณะ สีสัน ขนาดของใบและดอกขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์ |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ด แยกกอจากหัวหรือเหง้า |
สภาพที่เหมาะสม | ดินเหนียว ดินนา ดินผสมอินทรีย์ ต้องการน้ำมากเพราะเป็นพืชเจริญในน้ำ แสงแดดอ่อน จนถึง แดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | แถบทวีปเอเชีย เช่น ประเทศจีน อินเดีย และไทย |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ประจวบคีรีขันธ์ |
ชื่อดอกไม้ | ดอกเกด |
ชื่อสามัญ | Milkey Tree |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Manilkara hexandra |
วงศ์ | SAPOTACEAE |
ชื่ออื่น | ครินี ไรนี (ฮินดู), เกด (กลาง) |
ลักษณะทั่วไป | เป็นไม้ยืนต้น สูงประมาณ 8-15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ใบสีเขียวเข้มเป็นมัน รูปทรงคล้ายรูปหัวใจ ออกดอกเป็นกลุ่ม ตามง่ามใบ ดอกสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอม แต่ละดอกมี 18 กลีบ มีกลีบรองดอก 6 กลีบเรียงซ้อนกันเป็น 2 ชั้น ออกดอกช่วงเดือนมกราคม ถึง เดือนกรกฎาคม |
การขยายพันธุ์ | เพาะเมล็ด และตอนกิ่ง |
สภาพที่เหมาะสม | ป่าดงดิบแล้ง และป่าชายหาดทางใต้ ต้องการแสงแดดจัด ต้องการน้ำน้อย |
ถิ่นกำเนิด | เอเชีย ประเทศไทยตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไป และตามเกาะต่างๆ |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ปราจีนบุรี |
ชื่อดอกไม้ | ดอกปีป |
ชื่อสามัญ | Cork Tree |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Millingtonia hortensis Linn. F. |
วงศ์ | BIGNONIACEAE |
ชื่ออื่น | กาซะลอง กาดสะลอง (ภาคเหนือ), เต็กตองโพ่ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), ปีบ (ภาคกลาง) |
ลักษณะทั่วไป | เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ลำต้นสูงประมาณ 10–20 เมตร เปลือกลำต้นสีเทา ขรุขระ ใบออกเป็นช่อ ลักษณะใบกลมรี ขอบใบเรียบ โคนใบมนใต้ใบเห็นเส้นใบชัดเจน ดอกออกเป็นช่อ ตั้งตรงลักษณะเป็นท่อยาวประมาณ 2–3 นิ้ว สีขาวปนเหลืองขนาด 2 เซนติเมตร ปลายกลีบ ดอกเป็นแฉก 5 แฉก ตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียติดอยู่ด้านในใกล้ปากท่อ ผลมีลักษณะเป็นฝักแบน ภายในมีเมล็ดลักษณะแบน |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ด และการปักชำ |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนซุย แสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง |
ถิ่นกำเนิด | ไทย, พม่า |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ปัตตานี |
ชื่อดอกไม้ | ดอกชบา |
ชื่อสามัญ | Shoe flower |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Hibiscus spp. |
วงศ์ | MALVACEAE |
ชื่ออื่น | Hibiscus, Rose of China |
ลักษณะทั่วไป | เป็นไม้พุ่มเตี้ย ดอกมีทั้งซ้อน และไม่ซ้อน มีสีต่างๆ กัน เช่น สีแดง สีเหลือง สีขาว สีชมพู สีงาช้าง มีทั้งดอกโต และดอกเล็ก ใบเป็นใบเดี่ยว รูปมน ขอบใบเป็นรอยหยัก ปลายใบแหลม ชบาเป็นไม้เนื้ออ่อนมีเปลือกไม้ค่อนข้างเหนียว |
การขยายพันธุ์ | โดยการตอนกิ่ง หรือปักชำ |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนซุย แสงแดดปานกลาง |
ถิ่นกำเนิด | เขตร้อน จีน, อินเดีย และฮาวาย |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | พระนครศรีอยุธยา |
ชื่อดอกไม้ | ดอกโสน |
ชื่อสามัญ | |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Sesbania aculeata |
วงศ์ | LEGUMINOSAE |
ชื่ออื่น | โสน, โสนหิน, โสนกินดอก (ภาคกลาง), ผักฮองแฮง (ภาคเหนือ) |
ลักษณะทั่วไป | เป็นไม้ล้มลุก เป็นพุ่มขนาดกลาง ลำต้นสูงเปราะบางเพราะไม่มีแก่น สูงประมาณ 2–3 เมตร มีกิ่งก้านห่างๆ ใบเล็กฝอยคล้าย กับใบมะขามหรือใบกระถิน ดอกสีเหลืองคล้ายดอกแค แต่ดอกเล็กกว่า มีฝักยาว มีเมล็ดในฝักคล้ายกับถั่วเขียวแต่ฝักยาวกว่า |
การขยายพันธุ์ | โดยเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | ที่ชื้นแฉะ ริมคลอง ริมคูน้ำ |
ถิ่นกำเนิด |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | พังงา |
ชื่อดอกไม้ | ดอกจำปูน |
ชื่อสามัญ | Jum-poon |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Anaxagorea siamensis |
วงศ์ | ANNONACEAE |
ชื่ออื่น | |
ลักษณะทั่วไป | เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง ต้นใบและกิ่งคล้ายๆ กระดังงา ลำต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร กิ่งก้านจะเกลี้ยง ลำต้นตรง เปลือกเรียบมีสีเทาคล้ำ ใบสีเขียวเป็นมัน พื้นใบเกลี้ยง ยาวประมาณ 4-6 นิ้ว ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกตามยอดหรือโคนก้านใบ ลักษณะดอกจะแข็ง มีสีขาวเป็นมัน มี 3 กลีบ เมื่อบานเต็มที่ประมาณ 1 นิ้ว มีกลิ่นหอมแรงตอนกลางวัน |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่ง แต่เพาะเมล็ดจะได้ผลดีกว่า |
สภาพที่เหมาะสม | เป็นไม้กลางแจ้ง ขึ้นได้ในดินทุกชนิด |
ถิ่นกำเนิด | ภาคใต้ของประเทศไทย |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | กาฬสินธุ์, พัทลุง |
ชื่อดอกไม้ | ดอกพะยอม |
ชื่อสามัญ | Shorea white Meranti |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Shorea talura Roxb. |
วงศ์ | DIPTEROCARPACEAE |
ชื่ออื่น | กะยอม (เชียงใหม่), ขะยอม (ลาว), ขะยอมดง พะยอมดง (ภาคเหนือ), แคน (ลาว), เชียง เซี่ยว (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่), พะยอม (ภาคกลาง), พะยอมทอง (สุราษฎร์ธานี, ปราจีนบุรี), ยางหยวก (น่าน) |
ลักษณะทั่วไป | พะยอมเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 15–20 เมตร ทรงพุ่มกลม ผิวเปลือกสีน้ำหรือเทา เนื้อไม้มีสีเหลืองแข็ง ลำต้นแตกเป็นร่องตามยาวมีสะเก็ดหนา ใบเป็นรูปมนรี ปลายใบแหลม โคนใบสอบมน ขอบใบเรียบ ด้านหลังใบมีเส้นใบชัด ดอกออกเป็นช่อ ใหญ่ส่วนยอดของต้น ดอกมีกลีบ 3 กลีบ โคนกลีบดอกติดกับก้านดอกมีลักษณะกลม กลีบดอกเรียบโค้งเล็กน้อย มีสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอม |
การขยายพันธุ์ | การเพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | สภาพดินทุกชนิด เป็นไม้กลางแจ้ง สามารถปรับเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีมาก |
ถิ่นกำเนิด | พบตามป่าผลัดใบ และป่าดิบ เป็นไม้พื้นเมืองของเอเชีย ไทย, พม่า, มาเลเซีย |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ปทุมธานี, พิจิตร, สุโขทัย, หนองบัวลำภู, อุบลราชธานี |
ชื่อดอกไม้ | ดอกบัวหลวง |
ชื่อสามัญ | Nelumbo nucifera |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Nymphaea lotus Linn. |
วงศ์ | NYMPHACACEAE |
ชื่ออื่น | บุณฑริก, สัตตบงกช |
ลักษณะทั่วไป | เป็นพรรณไม้น้ำประเภทพืชล้มลุก มีลำต้นและหัวอยู่ในดินใต้น้ำ การเจริญชูก้านใบและดอกขึ้นมาบนผิวน้ำ ใบมีลักษณะกลมกว้างใหญ่ ผิวใบเรียบ สีเขียวขอบน้ำตาล ดอกเป็นกลีบซ้อนกันหลายชั้น มีสีขาว ชมพู เหลือง ลักษณะ สีสัน ขนาดของใบและดอกขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์ |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ด แยกกอจากหัวหรือเหง้า |
สภาพที่เหมาะสม | ดินเหนียว ดินนา ดินผสมอินทรีย์ ต้องการน้ำมากเพราะเป็นพืชเจริญในน้ำ แสงแดดอ่อน จนถึง แดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | แถบทวีปเอเชีย เช่น ประเทศจีน อินเดีย และไทย |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ฉะเชิงเทรา, นนทบุรี, พิษณุโลก |
ชื่อดอกไม้ | ดอกนนทรี |
ชื่อสามัญ | Yellow Flamboyant |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Peltophorum pterocarpum (DC.) K. Heyne |
วงศ์ | LEGUMINOSAE |
ชื่ออื่น | กระถินป่า กระถินแดง (ตราด), นนทรี (ทั่วไป) สารเงิน (แม่ฮ่องสอน) |
ลักษณะทั่วไป | เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มสูงได้ถึง 25 เมตร กึ่งผลัดใบ เรือนยอดรูปร่ม แผ่กว้าง ใบเป็นใบประกอบขนนกสองชั้นรูปไข่ ออกดอกเป็นช่อตั้งขนาดใหญ่ที่ปลายกิ่ง สีเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกดอกในฤดูแล้ง ช่วง เดือนมีนาคม-มิถุนายน |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | ดินทั่วไป ชอบแสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | เอเชียเขตร้อน |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | แพร่ |
ชื่อดอกไม้ | ดอกยมหิน |
ชื่อสามัญ | Almond-wood, Chickrassy Chittagong-wood |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Chukrasia velutina Roem. |
วงศ์ | MELIACEAE |
ชื่ออื่น | โค้โย่ง (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่), ช้ากะเดา (ใต้), ยมขาว (เหนือ), ยมหิน มะเฟืองต้น สะเดาช้าง สะเดาหิน (กลาง), ริ้งบ้าง รี (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), เสียดค่าย (สุราษฎร์ธานี) |
ลักษณะทั่วไป | เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบแต่ผลิใบใหม่เร็ว เรือนยอดเป็นพุ่มรูปกรวยต่ำ เปลือกสีน้ำตาลคล้ำ สีเทาหรือ เทาปนดำ แตกเป็นร่องลึกตามยาวของลำต้น ใบเป็นใบประกอบออกเยื้องกันเล็กน้อย แผ่นใบรูปดาบ ท้องใบมีขนนุ่ม หลังใบ เกลี้ยง ดอกขนาดเล็ก สีเขียวแกมเหลือง ออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ออกดอกระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | เป็นไม้กลางแจ้ง เจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินทุกชนิด ต้องการน้ำและความชุ่มชื้นปานกลาง |
ถิ่นกำเนิด | ป่าเบญจพรรณแล้งและชื้นทั่วไป |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ภูเก็ต |
ชื่อดอกไม้ | ดอกเฟื่องฟ้า |
ชื่อสามัญ | Bougainvillea, Peper Flower, Kertas |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Bougainvillea spp. |
วงศ์ | NYCTAGINACEAE |
ชื่ออื่น | ตรุษจีน, ดอกต่างใบ, ดอกกระดาษ |
ลักษณะทั่วไป | เฟื่องฟ้าเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางประเภทเถาเลื้อย ลำต้นมีความยาวประมาณ 1–10 เมตร มีลำเถาแข็งแรงเลื้อยไปได้ไกล ลำต้นมีหนามติดอยู่เป็นระยะๆ ลักษณะทรงพุ่มตัดแต่งได้ บังคับทิศทางการเจริญเติบโตได้ ใบเป็นใบเดี่ยวแตกตามเถา รูปไข่ปลาย ใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ พื้นใบเรียบสีเขียว ออกดอกเป็นช่อตามส่วนยอด มีกลีบดอกหรือใบประดับ 3 กลีบ ส่วนดอกจะมี ดอกเล็กสีขาว กลีบดอกจะมีขนาดและสีสันแตกต่างกันตามชนิดพันธุ์ ออกดอกตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูแล้งจะให้ดอกดกมาก |
การขยายพันธุ์ | การตอน, การปักชำ, การเสียบยอด |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย แสงแดดจัด ทนแล้งได้ดี |
ถิ่นกำเนิด | ประเทศบราซิล |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | มหาสารคาม |
ชื่อดอกไม้ | ดอกลั่นทมขาว (จำปาขาว) |
ชื่อสามัญ | Frangipani |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Plumeria ssp. |
วงศ์ | APOCYNACEAE |
ชื่ออื่น | ลีลาวดี, จำปาขาว |
ลักษณะทั่วไป | ลั่นทมเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง เปลือกลำต้นหนา กิ่งอ่อนดูอวบน้ำ มียางสีขาวเหมือนนม ใบใหญ่สีเขียว ออกดอกเป็นช่อช่อละ หลายดอก ดอกหนึ่งมี 5 กลีบ ดอกมีหลายสีแล้วแต่ละชนิดของพันธุ์ เช่น สีขาว แดง ชมพู เหลือง และสีส้ม ออกดอกตลอดปี |
การขยายพันธุ์ | ปักชำ |
สภาพที่เหมาะสม | แสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | อเมริกาใต้ |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | มุกดาหาร |
ชื่อดอกไม้ | ดอกช้างน้าว |
ชื่อสามัญ | |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Ochna integerrima (Lour.) Merr. |
วงศ์ | OCHNACEAE |
ชื่ออื่น | กระแจะ (ระนอง), กำลังช้างสาร (กลาง), ขมิ้นพระต้น (จันทบุรี), ควุ (กะเหรี่ยง-นครสวรรค์), แง่ง (บุรีรัมย์), ช้างน้าว ตานนกกรด (นครราชสีมา), ช้างโน้ม (ตราด), ช้างโหม (ระยอง), ตาชีบ้าง (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่), ตาลเหลือง (เหนือ), ฝิ่น (ราชบุรี), โว้โร้ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) |
ลักษณะทั่วไป | ต้นสูง 3–8 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดรูปใบหอก ขอบใบจักถี่ ใบเรียบเกลี้ยงเป็นมัน ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง 2–8 ดอก มี 5–10 กลีบ สีเหลืองดอกร่วงง่าย มีกลิ่นหอมอ่อน ออกดอก เดือนมกราคม–พฤษภาคม ผลกลม เมื่อแก่เป็นสีดำมัน กลีบเลี้ยงยังคงติดอยู่บนผล แล้วเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นแดง |
การขยายพันธุ์ | เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง, ตัดชำ |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วน ระบายน้ำดี แสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | แม่ฮ่องสอน |
ชื่อดอกไม้ | ดอกบัวตอง |
ชื่อสามัญ | Mexican Sunflower Weed |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Tithonia diversifolia (Hemsl.) A. Gray. |
วงศ์ | COMPOSITAE |
ชื่ออื่น | พอหมื่อนี่ |
ลักษณะทั่วไป | บัวตองเป็นไม้ดอกมีอายุยืนยาวหลายปีสามารถสูงได้ถึง 5 เมตร ออกดอกเป็นช่อเดี่ยวบริเวณปลายกิ่ง มีสีเหลืองคล้าย ดอกทานตะวัน แต่มีขนาดเล็กกว่า ดอกวงนอกเป็นหมัน กลีบดอกเรียวมีประมาณ 12–14 กลีบ ดอกวงในสีเหลืองส้ม เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ใบบัวตองเป็นใบเดี่ยว รูปไข่หรือแกมขอบขนาน มีขนขึ้นเล็กน้อยประปราย ปลายใบเว้าลึก 3–5 แฉก |
การขยายพันธุ์ | เพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | แสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | เม็กซิโก |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ยโสธร |
ชื่อดอกไม้ | ดอกบัวแดง |
ชื่อสามัญ | Water Lily |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Nymphaea lotus Linn. |
วงศ์ | NYMPHACACEAE |
ชื่ออื่น | |
ลักษณะทั่วไป | เป็นพรรณไม้น้ำประเภทพืชล้มลุก มีลำต้นและหัวอยู่ในดินใต้น้ำ การเจริญชูก้านใบและดอกขึ้นมาบนผิวน้ำ ใบมีลักษณะกลมกว้างใหญ่ ผิวใบเรียบ สีเขียวขอบน้ำตาล ดอกเป็นกลีบซ้อนกันหลายชั้น มีสีขาว ชมพู เหลือง ลักษณะ สีสัน ขนาดของใบและดอกขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์ |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ด แยกกอจากหัวหรือเหง้า |
สภาพที่เหมาะสม | ดินเหนียว ดินนา ดินผสมอินทรีย์ ต้องการน้ำมากเพราะเป็นพืชเจริญในน้ำ แสงแดดอ่อน จนถึง แดดจัด |
ถิ่นกำเนิด |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | กำแพงเพชร, ยะลา, ลพบุรี |
ชื่อดอกไม้ | ดอกพิกุล |
ชื่อสามัญ | Bullet Wood, Spanish Cherry |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Mimusops elengi Linn. |
วงศ์ | SAPOTACEAE |
ชื่ออื่น | กุน (ภาคใต้), แก้ว (ภาคเหนือ), ซางดง (ลำปาง), พิกุลป่า (สตูล), พิกุลเขา พิกุลเถื่อน (นครศรีธรรมราช), พิกุล (ทั่วไป) |
ลักษณะทั่วไป | พิกุลเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ 8–15 เมตร เป็นพุ่มทรงกลมใบออกเรียงสลับกันใบมนรูปไข่ปลายแหลม ลักษณะโคนใบมน สอบขอบใบโค้งเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบเป็นมันสีเขียว ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกดอกเป็นกระจุกตามง่ามใบหรือยอด มีกลีบดอกประมาณ 8 กลีบ เรียงซ้อนกัน กลีบดอกเป็นจักรเล็กน้อย สีขาวนวลมีกลิ่นหอมมาก ผลรูปไข่หรือกลมรีผลแก่มีสีแสด เนื้อในเหลืองรสหวาน ภายในมีเมล็ดเดียว |
การขยายพันธุ์ | เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง |
สภาพที่เหมาะสม | ดินทุกชนิด แสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | อินเดีย, พม่า และมาเลเซีย |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ระนอง |
ชื่อดอกไม้ | ดอกโกมาชุม |
ชื่อสามัญ | |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Dendrodium formosum |
วงศ์ | ORCHIDACEAE |
ชื่ออื่น | เอื้องเงินหลวง |
ลักษณะทั่วไป | เป็นกล้วยไม้ประเภทอิงอาศัย ลำต้นเจริญทางด้านข้าง มีลำลูกกล้วยตั้งตรง กลมค่อนข้างอ้วน ความยาวประมาณ 30–50 เซนติเมตร ที่กาบใบมีขนสีดำลักษณะใบรูปไข่ยาวรี ยาวประมาณ 10–15 เซนติเมตร ปลายใบมี 2 แฉกไม่เท่ากัน ออกดอกที่ยอด ช่อดอกสั้น ช่อหนึ่งๆ มี 3–5 ดอก กลีบดอกมีสีขาว ปากสีเหลืองส้มโคนปากสอบปลายปากเว้า มีสันนูนสองสันจากโคน ออกมาถึงกลางปาก ขนาดดอกโตประมาณ 10 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมอ่อน ออกดอกเดือนตุลาคมถึงธันวาคม |
การขยายพันธุ์ | แยกลำ |
สภาพที่เหมาะสม | เป็นกล้วยไม้รากอากาศ ชอบอากาศชื้น |
ถิ่นกำเนิด | บริเวณที่ราบต่ำและที่ราบสูงในประเทศอินเดีย พม่า เวียตนาม และไทย |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ราชบุรี |
ชื่อดอกไม้ | ดอกกัลปพฤกษ์ |
ชื่อสามัญ | Pink Cassia, Pink Shower, Wishing Tree |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Cassia bakeriana Craib. |
วงศ์ | LEGUMINOSAE |
ชื่ออื่น | กัลปพฤกษ์ (ภาคกลาง, ภาคเหนือ), กานล์ (เขมร-สุรินทร์), เปลือกขม (ปราจีนบุรี) |
ลักษณะทั่วไป | กัลปพฤกษ์เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 5–15 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดกลมหรือรูปร่ม แผ่กว้าง ใบประกอบขนนก ใบย่อย 5–8 คู่ ใบรูปไข่แกมขอบขนาน หรือแกมใบหอก โคนใบเบี้ยว ใบมีขนนุ่มทั้งสองด้าน ออกดอกเป็นช่อพร้อมใบอ่อนตามกิ่ง มี 5 กลีบ สีชมพู แล้วซีดจนเป็นสีขาวเมื่อใกล้โรย ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์–เมษายน ผลเป็นฝักกลมยาวมีขนนุ่ม สีเทา เมล็ด จำนวนมาก |
การขยายพันธุ์ | เพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ทนแล้งได้ดี |
ถิ่นกำเนิด | ไทย ลาว พม่า และเวียดนาม |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ลำปาง |
ชื่อดอกไม้ | ดอกธรรมรักษา |
ชื่อสามัญ | Heliconia |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Heliconia spp. |
วงศ์ | HELICONIACEAE |
ชื่ออื่น | ก้ามกุ้ง |
ลักษณะทั่วไป | ธรรมรักษาเป็นพรรณไม้ล้มลุก อวบน้ำ มีลำต้นใต้ดิน เรียกว่า เหง้า ลักษณะคล้ายกับกล้วย ลำต้นสูงประมาณ 1–2 เมตร เจริญเติบโตโดยการแตกหน่อออกมาเป็นกอ ลักษณะใบคล้ายใบกล้วย เรียงสลับกัน มีสีเขียว ผิวเรียบเป็นมัน ขนาดของใบ ขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์ ออกดอกเป็นช่อตรงส่วนยอดของลำต้น ลักษณะช่อดอกตั้งและห้อยลงแล้วแต่ชนิดพันธุ์ ในแต่ละช่อดอกมี 4–8 ดอก ดอกมีสีส้ม แดง เหลือง และชมพู ผลคือส่วนของดอกเมื่อแก่ก็จะกลายเป็นเมล็ด |
การขยายพันธุ์ | เพาะเมล็ด, แยกกอ, เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย แสงแดดรำไร จนถึงแสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | อเมริกาใต้ |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | เลย |
ชื่อดอกไม้ | ดอกรองเท้านารีเหลืองเลย |
ชื่อสามัญ | |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Paphiopedilum hirsutissimum |
วงศ์ | ORCHIDACEAE |
ชื่ออื่น | |
ลักษณะทั่วไป | เป็นกล้วยไม้แบบ sympodial แบบไม่มีลำลูกกล้วย ระบบรากเป็นแบบรากกึ่งดิน ออกเป็นกระจุกที่โคนต้นและมักทอดไปทางด้านราบมาก กว่าหยั่งลึกลงไปในดิน ใบรูปขอบขนาน ออกดอกเดี่ยว กว้างประมาณ 8 ซม. ก้านดอกยาวและตั้งตรงสีเขียว มีขนสั้นสีม่วงแดงจำนวนมาก กลีบเลี้ยงบนรูปไข่กลับ โคนกลีบสีน้ำตาลอมเหลือง ปลายกลีบสีเขียว กลีบดอกรูปแถบแกมรูปไข่กลับ โคนสีเขียว ปลายสีม่วงอมชมพู ขอบ ด้านบนหยักเป็นคลื่น มีขนปกคลุมทั่วทั้งกลีบ กลีบปากเป็นถุงลึก สีเหลืองอมเขียวมีจุดเล็กๆ สีน้ำตาล ออกดอกช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคม |
การขยายพันธุ์ | แยกหน่อ |
สภาพที่เหมาะสม | เติบโตได้ดีในที่มีอากาศเย็น |
ถิ่นกำเนิด | ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แถบจังหวัดเพชรบูรณ์ เลย และชัยภูมิ |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | ศรีสะเกษ |
ชื่อดอกไม้ | ดอกลำดวน |
ชื่อสามัญ | Lamdman, Devil Tree, White Cheesewood |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Melodorum fruticosum Lour. |
วงศ์ | ANNONACEAE |
ชื่ออื่น | ลำดวน (ภาคกลาง), หอมนวล (ภาคเหนือ) |
ลักษณะทั่วไป | ลำดวนเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ 5–10 เมตร ผิวเปลือกลำต้นเป็นสีเทา ผิวต้นเรียบ มีรอยแตกเล็กน้อยแตก ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกันตามข้อ ลำต้น ใบเป็นรูปหอก ยาวรี ปลายใบแหลม โคนใบมนแหลม ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบเรียบเป็นมันสีเขียวเข้ม ดอกเป็นดอกเดี่ยวออกตามส่วนยอด และตามง่ามใบ มีกลีบดอก 6 กลีบ ซ้อนกันเป็นชั้น ปลายกลีบแหลม โคนกลีบดอกกว้าง ดอกมีขนาดเล็กสีเหลือง กลิ่นหอมเย็น ออกดอกช่วง เดือนธันวาคม-มีนาคม |
การขยายพันธุ์ | การเพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนซุย แสงแดดจัด เติบโตได้ดีในที่ชุ่มชื้น |
ถิ่นกำเนิด | ประเทศแถบอินโดจีน |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | สกลนคร |
ชื่อดอกไม้ | ดอกอินทนิลน้ำ |
ชื่อสามัญ | Queen’s Flower, Queen’s Crape Myrtle, Pride of India |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Lagerstroemia speciosa Pers. |
วงศ์ | LYTHRACEAE |
ชื่ออื่น | ฉ่วงมู (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), ตะแบกดำ (กรุงเทพฯ), บางอ บะซา (มลายู-ยะลา, นราธิวาส), บาเอ บาเย (ปัตตานี), อินทนิล (ภาคกลาง), อินทนิลน้ำ (ภาคกลาง, ภาคใต้) |
ลักษณะทั่วไป | เป็นไม้ยืนต้นสูง 10–15 เมตร ลำต้นเปลาตรง เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ผิวเปลือกนอกสีเทา ใบเป็นใบเดี่ยว รูปรีหรือรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบมน ดอกย่อยขนาดใหญ่ กลีบดอกสีชมพู สีม่วงแกมชมพู หรือสีม่วง ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน ผลเป็นผลแห้ง มีขนาดใหญ่ |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | ดินทุกชนิด เป็นไม้กลางแจ้ง |
ถิ่นกำเนิด | ที่ราบลุ่มริมน้ำ ป่าเบญจพรรณชื้นและป่าดิบทั่วไป |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | สงขลา |
ชื่อดอกไม้ | ดอกสะเดาเทียม |
ชื่อสามัญ | |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Azadirachta excelsa (Jack) Jacobs |
วงศ์ | MELIACEAE |
ชื่ออื่น | ต้นเทียม ไม้เทียม สะเดาช้าง สะเดาเทียม สะเดาใบใหญ่ (ภาคใต้) |
ลักษณะทั่วไป | เป็นไม้ยืนต้นสูงตรงไม่มีกิ่งขนาดใหญ่ เมื่ออายุน้อยเปลือกต้นเรียบ เมื่ออายุมากเปลือกจะแตกเป็นแผ่นล่อนสีเทาปนดำ เรือนยอดเป็นพุ่มกลมทึบ ใบเป็นใบประกอบ ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย ใบเบี้ยวไม่ได้สัดส่วน ปลายใบแหลมเป็นติ่ง ฐานใบเบี้ยวไม่เท่ากัน เนื้อใบหนา เกลี้ยง สีเขียวเป็นมัน ออกดอกเป็นช่อตามง่ามใบหรือปลายกิ่ง ดอกบานสีขาว ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม ผลทรงกลมรี ผลแก่สีเขียว เมื่อสุกจะเป็นสีเหลือง |
การขยายพันธุ์ | โดยการเพาะเมล็ดในถุงเพาะกล้าจนงอก และแข็งแรงก่อนจึงย้ายไปปลูกลงดิน |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำและอากาศได้ดี |
ถิ่นกำเนิด | ตามเรือกสวนไร่นา แถบภาคใต้ของประเทศไทย |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | สตูล |
ชื่อดอกไม้ | ดอกกาหลง |
ชื่อสามัญ | Galaong, Snowy Orchid Tree |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Bauhinia acuminata Linn. |
วงศ์ | LEGUMINOSAE |
ชื่ออื่น | เสี้ยวดอกขาว, ส้มเสี้ยว, เสี้ยวน้อย |
ลักษณะทั่วไป | กาหลงเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ใบเป็นใบไม้แฝดออกสลับกันไปตามต้น ดอกขาวใหญ่ ดอกเป็นช่อมีกลิ่นหอมเล็กน้อย ดอกมี 6 กลีบ ซ้อนเหลื่อมกัน ช่อหนึ่งออกดอกประมาณ 5-8 ดอก ออกดอกตลอดปี |
การขยายพันธุ์ | เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย |
ถิ่นกำเนิด | ประเทศอินเดีย, เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | สมุทรปราการ |
ชื่อดอกไม้ | ดอกดาวเรือง |
ชื่อสามัญ | Marigold |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Tagetes erecta Linn. |
วงศ์ | COMPOSITAE |
ชื่ออื่น | |
ลักษณะทั่วไป | ดาวเรืองเป็นไม้ล้มลุกทรงพุ่มอายุสั้นหรือหลายปี มีความสูงตั้งแต่ 30–60 ซม. ใบมีลักษณะเป็นใบประกอบเหมือนขนนก ออกตรงข้ามกัน ใบย่อยรูปรีหรือรูปหอกแกมขอบขนาน โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ออกดอกเป็นดอกเดี่ยวกระจุกอยู่ปลายยอด สีเหลืองหรือสีส้ม กลีบดอกวงนอกมีลักษณะเป็นรูปรางน้ำ โคนดอกเป็นหลอดเล็ก ปลายดอกเป็นรอยหยัก กลิ่นหอมฉุน |
การขยายพันธุ์ | เพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนซุย และอุ้มน้ำได้ดี แสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | สระแก้ว |
ชื่อดอกไม้ | ดอกแก้ว |
ชื่อสามัญ | Orang Jessamine |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Murraya paniculata |
วงศ์ | RUTACEAE |
ชื่ออื่น | แก้ว, แก้วขาว (ภาคกลาง), แก้วขี้ไก่ (ยะลา), แก้วพริก, ตะไหลแก้ว (ภาคเหนือ) |
ลักษณะทั่วไป | แก้วเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูงประมาณ 5–10 เมตร ทรงพุ่มไม่เป็นระเบียบ ใบออกเป็นช่อ เป็นแผงเรียงสลับกัน ใบเป็นมันสีเขียวเข้ม ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ออกดอกเป็นช่อใหญ่ ช่อสั้น ออกตามปลายกิ่ง กลิ่นหอม ดอกบานเต็มที่ขนาด 2–3 เซนติเมตร ผลรูปไข่ รี ปลายทู่ มีสีส้ม ภายในมีเมล็ด 1–2 เมล็ด |
การขยายพันธุ์ | เพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง |
สภาพที่เหมาะสม | ดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย แสงแดดจัด |
ถิ่นกำเนิด | จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, อินเดีย และภูมิภาคอินโดจีน |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | สุราษฎร์ธานี |
ชื่อดอกไม้ | ดอกบัวผุด |
ชื่อสามัญ | Sapria Himalayana |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Sapria himalayana Griff. |
วงศ์ | RAFFLESIACEAE |
ชื่ออื่น | กระโถนฤาษี, บัวตูม, บัวสวรรค์ |
ลักษณะทั่วไป | เป็นพืชกาฝากที่อาศัยน้ำเลี้ยงจากรากของเถาวัลย์น้ำอย่าง ส้มกุ้ง หรือ เครือเขาน้ำ ไม่มีใบ ไม่มีลำต้น มีเพียงดอกสีแดงประแต้มเหลืองใหญ่ราว 10 ซม. โผล่ขึ้นมาจากดินเท่านั้น |
การขยายพันธุ์ | |
สภาพที่เหมาะสม | เป็นพืชเบียนที่อาศัยอยู่บนรากไม้อื่น เช่น ส้มกุ้ง เครือเขาน้ำ |
ถิ่นกำเนิด | อินโด-มาลายา ในไทยพบตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และ สุราษฎร์ธานี |
ดอกไม้ประจำจังหวัด | หนองคาย |
ชื่อดอกไม้ | ดอกชิงชัน |
ชื่อสามัญ | Rosewood |
ชื่อวิทยาศาสตร์ | Dalbergia oliveri Gamble |
วงศ์ | LEGUMINOSAE |
ชื่ออื่น | ชิงชัน ประดู่ชิงชัน (ภาคกลาง), ดู่สะแดน (เหนือ) |
ลักษณะทั่วไป | เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบสูง 15–25 เมตร เปลือกสีน้ำตาลอมเทาล่อนเป็นแว่น ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ ใบย่อยเรียงสลับ แผ่นใบรูปรีแกมรูปไข่ โคนใบและปลายใบมน ท้องใบสีจางกว่าหลังใบ ดอกขนาดเล็ก สีขาวแกมม่วง ผลเป็นฝักแบน รูปหอก หัวท้ายแหลม |
การขยายพันธุ์ | เพาะเมล็ด |
สภาพที่เหมาะสม | ดินทุกชนิด เป็นไม้กลางแจ้ง ต้องการน้ำปานกลาง |
ถิ่นกำเนิด | ป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณทั่วไป ยกเว้นภาคใต้ |
ยินดีต้อนรับสู่ Baan Jompra (http://baanjompra.com/webboard/) | Powered by Discuz! X3.2 |